งเตียนยินดีที่จะแต่งฉื้อเม่ยแห่งเผ่าจิ้งจอกมาเป็นฮูหยินของข้า ทั้งสวรรค์และโลกโปรดเป็นพยานด้วย”
“เม่ยเอ๋อร์ เจ้ายอมหรือไม่?”
การแต่งงานของเผ่าภูตดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีพิธีการมากมายเหมือนเผ่ามนุษย์ เพราะแค่อยู่บนแท่นหินสาบานรักเพื่อรายงานไปยังสวรรค์และโลก และทั้งสองฝ่ายต่างยินยอม เพียงเท่านี้ก็แต่งงานสำเร็จแล้ว
ฉื้อเม่ยไม่ยอมกล่าวตอบ แต่หลังจากที่เงียบมาเป็นเวลานาน ริมฝีปากแดงของฉื้อเม่ยเริ่มเปิดออกเลยน้อย และมือที่อยู่ในแขนเสื้อนั้นก็กำแน่นขึ้นมาทันที
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงที่ก้องกังวานเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “ข้าไม่ยอม!”
ทุกคนต่างประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเสียงนั้นดังมาจากผู้นำเผ่าฉื้อเหยียน ผู้เป็นลูกชายแท้ ๆ ของเจ้าสาวนั่นเอง
ก่อนหน้านี้พวกเขาต่างคาดเดากันว่าเจ้าหนูผู้นี้จะทนได้นานแค่ไหน คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะอดทนมาถึงตอนนี้แล้วจึงค่อยลงมือ
แววตาของหลางเตียนจ้องมองไปที่จูเชว่ หลังจากนั้นเขาก็ใช้น้ำเสียงที่เป็นผู้ใหญ่กว่ากล่าวว่า “ที่แท้ก็เป็นเหยียนเอ๋อร์นี่เอง! เจ้ามีอะไรที่ไม่พอใจก็สามารถพูดออกมาได้ วางใจเถอะ! ข้าสามารถปกป้องมารดาแท้ ๆ ของเจ้าได้อย่างแน่นอน ข้าจะไม่มีทางทำให้นางน้อยใจเลยแม้แต่น้อย”