ทันทีที่หลิงเอ๋อ ลับหลังไป ใบหน้าของจ้าวเข่อหรันพลันเปลี่ยนทันที สีหน้าอ่อนโยนเมื่อครูมลายหายไป เหลือเพียงความเย็นเยียบดุจน้ําแข็งยาม เหมันต์ แม่นมเยวกับหลงเอ๋อร์สบตากันไปมา ใจหายวาบ ไม่รู้ว่าตนทําสิ่งใด
ผิด
“คุณหนู…”
หลงเอ๋อ เอ่ยเสียงสั่น
“พวกบ่าวทําอะไรผิดหรือเจ้าคะ?”
“ใช่เจ้าค่ะ หากพวกบ่าวผิดตรงไหน ท่านลงโทษได้เลยเจ้าค่ะ จะ
เมี่ยนจะปรับก็สุดแล้วแต่ท่าน
แม่นมเยวก้มหน้า เอ่ยด้วยน้ําเสียงระแวง จ้าวเข่อหรันทอดสายตา
มองพวกนาง ก่อนถอนหายใจยาว
“แม่นมเยว่ หลงเอ๋อร่ ข้าเคยสอนพวกเจ้าแล้วมิใช่หรือ ไม่ว่าเกิดเรื่อง ใด ต้องนิ่งให้ได้ ใจจะสั่นเพียงใด สีหน้าห้ามไหว จึงจะอยู่ในจวนนี้ได้อย่าง ปลอดภัย”
แม่นมเยว่ขมวดคิ้ว
“คุณหนูหมายความว่า…”
“เมื่อครู่ตอนข้าพูดกับหลิงเอ๋อร์ เหตุใดพวกเจ้าจึงทําหน้าตกใจ
ชัดเจนนัก?”
เสียงของจ้าวเข่อหรันเรียบ แต่เย็นจัด หลงเอ๋อ รีบตอบ
“แต่คุณหนูทราบดีมิใช่หรือเจ้าคะ ว่ามิใช่คุณหนูสามเป็นผู้ผลักคุณ
หนูรองลงสระ แล้วเหตุใดท่านจึงพูดเช่นนั้นเล่า?”
เสียดสี
จ้าวเข่อหรันแค่นหัวเราะเบา ๆ ทว่าความขบขันนั้นเต็มไปด้วยการ
ๆ
“เมื่อเจ้ารู้ว่าไม่ใช่จ้าวอิง เช่นนั้นเจ้าก็ควรคิดออกว่าหลิงเอ๋อร์ถามเพื่อ สิ่งใด หลิงเอ๋อร์ถูกย้าสั่งกักบริเวณตั้งแต่เมื่อวาน แต่เช้านี้กลับรีบร้อนมาชัก ใช้เรื่องที่เชอเหรีนตกน้ํา เจ้าเห็นว่านางเพียงอยากรู้อย่างบริสุทธิ์ใจจริง
หรือ?”
แม่นมเยว่ นิ่งไปทันที สีห