น้าค่อย ๆ เปลี่ยน
“คุณหนูหมายความว่า…”
“”
จ้าวเข่อหรันพยักหน้า
“นางกําลังสืบข่าวแทนผู้อื่น”
ดวงตานางหรี่ลง แววเย็นชาดุจคมมีด
“เช้า ย้าเพิ่งตําหนินางไป แต่ตอนรับประทานอาหาร นางยังหาช่อง
ถามต่อ พวกเจ้าไม่เห็นความผิดปกติหรือ?”
หลงเอ๋อ ครุ่นคิต ก่อนร้องเบา ๆ
“จริงด้วยเจ้าค่ะ… เช้านี้หลิงเอ๋อ ใจนางลอยนัก
“เรื่องเมื่อวาน ต่อให้เป็นพวกเจ้าเองยังรู้ไม่กระจ่าง
แต่หลิงเอ๋อ กลับทําท่าราวรู้ทุกอย่าง”
จ้าวเข่อหรันยิ้มเย้ย
“ตอนเย่อเหรินตกน้ํา ผู้เห็นมีไม่มาก นอกจากข้ากับชื่อจื่อ ก็มีเพียง ผู้เกี่ยวข้องไม่กี่คน และเสียนอนอยู่ด้วย หากเมื่อคืนจ้าวจึงไม่มาขอความ ช่วยเหลือ พวกเจ้าก็คงยังมืดแปดด้านอยู่มิใช่หรือ?”
แม่นมเยว่อาวุโสกว่า จึงเข้าใจได้รวดเร็ว
“คุณหนูสงสัยว่าหลิงเอ๋อร์รับใช้คุณหนูรองอยู่หรือเจ้าคะ?”
“มิใช่สงสัย”
เสียงตอบหนักแน่น
“แต่มั่นใจเลยต่างหาก เรื่องนี้ แม้แต่ท่านพ่อกับท่านแม่ ก็ยังไม่รู้ ความจริงทั้งหมด แต่หลิงเอ๋อร์กลับรู้ถึงขั้นถามว่าจ้าวถึงเป็นผู้ผลักเย่อเหริน หรือไม่ เช่นนั้นต้องเป็นเย่อเหรินสั่งให้นางมาหยั่งท่าทีของข้า”
หลงเอ๋อ หน้าเสีย
“หลิงเอ๋อร์เติบโตมากับคุณหนูแท้ ๆ นางจะทําเช่นนี้ได้อย่างไร…”
จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ ทว่าแฝงความขมขื่น
“เติบโตมาด้วยกันแล้วอย่างไร หากผลประโยชน์ที่เย่อเหรินมอบให้
มากพอ มากจนคุ้มค่าการหักหลัง ข้าก็ไม่อาจรั้งใจคนไว้ได้
คําพูดนั้นราวลมหนาวพัดผ่าน ท