รุ่งอรุณเพิ่งทอแสงบางเบา ฟ้ายังคล้ายถูกม่านหมอกคลุมไว้จาง ๆ ทว่าเจ้าเรือนผู้หนึ่งกลับลืมตาตื่นเสียแล้ว จ้าวเข่อหรันค่อย ๆ เอนกายขึ้น จากเตียง แสงสลัวในห้องยังไม่แจ่มชัดนัก นางรู้สึกมึนงงราวกับศีรษะถูกห่อ หุ้มด้วยหมอกหนา แม้เปลือกตาจะหนักอึ้ง แต่กลับไม่อาจข่มตาหลับต่อได้ จึงทําได้เพียงนั่งนิ่ง ๆ พิงหมอน มองไปรอบห้องที่คุ้นตา
ๆ
ส่งของทุกชิ้นล้วนเป็นของเดิม ทว่าหัวใจกลับปั่นป่วนราวโคลนตมถูก คนกวน คนทั้งคนเหมือนยังไม่ตื่นจากความฝัน ครู่หนึ่งผ่านไป นางจิง ค่อย ๆ ได้สติ และความทรงจําเมื่อวานก็ทะลักกลับเข้ามา สายตาเหลือบมอง หน้าต่างที่ปิดสนิท จ้าวเข่อหรัน อดถามตนเองมิได้ เรื่องเมื่อคืน…เป็นเรื่อง จริง หรือเป้นเพียงความฝันอันเลือนราง?
ชายผู้นั้น….ฮือกูชวี่ เพียงนึกถึงชื่อ หัวใจก็เต้นแรงอย่างควบคุมมีอยู่ แววตาจริงจังของเขา น้ําเสียงหนักแน่นที่เอื้อนเอ่ย ทุกถ้อยคําล้วนสะท้าน ลิกถึงขั้วหัวใจ โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะไม่มีวันทําร้ายเจ้า” นางยังจ๋าแววตาขณะเขาพูดได้ชัดเจน ราวกับในโลกทั้งใบ มีเพียงนางผู้ เดียวที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น มัน….เป็นเรื่องจริงหรือ?
“คุณหนู ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ วันนี้เหตุใดตื่นเช้านัก?”
เสียงของหลงเอ๋อร์ดังขึ้น เมื่อหลิงเอ๋อร์กับหลงเอ๋อร์ยกอ่างล้างหน้า
เข้ามา ทั้งสองเห็นจ้าวเย่อหวั่นนั่งเหม่ออยู่บนเตียง ใบหน้าละมุนกลับสอย ล่องไม่รู้คิดสิ่งใด
“คุณหนูค