์ใช่หรือไม่เจ้าคะ? แท้จริง
แล้วเป็นคุณหนูสามผลักคุณหนูรองตกน้ําจริงหรือ?”
ดวงตาของจ้าวเข่อหรันวาบแสงคมกริบเพียงชั่วพริบตา ถ้อยคําานี้…
ชัดเจนยิ่งนัก จุดประสงค์ของหลิงเอ๋อร์ถูกเปิดโปงแล้ว เมื่อวาน ณ ศาลา บัว มีเพียงห้าคน นาง จ้าวอิง หลินซีหร่าน เสียนอวิ๋น และจ้าวเข่อเหรินผู้ตก น้ํา จ้าวอิงกับหลินซีหร่านย่อมไม่มาถามนาง เช่นนั้นผู้ที่ไม่วางใจย่อมมีเพียง คนเดียว จ้าวเย่อเหริน….นางคงยังไม่วางใจสินะ
“หลิงเอ๋อร์ เจ้ารู้รายละเอียดไม่น้อยเลยนะ”
จ้าวเข่อหรันหันมามองด้วยรอยยิ้มคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“หากข้าไม่รู้ว่าเมื่อวานเจ้าถูกกักตัวอยู่ในชุนฮุย ข้าคงนึกว่าเจ้าก็อยู่ใน
เหตุการณ์เสียอีก”
หลิงเอ๋อ หน้าซีด ใจสะดุ้งวาบ รีบแก้ตัว
“จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะ! เมื่อวานบ่าวไม่เคยออกจากชนฮุยหยวน
เลย”
“อืม”
จ้าวเข่อหรันไม่ชกใช้ อ เพียงกล่าวเรียบ ๆ
“ไม่ว่าเจ้าจะรู้มาอย่างไร ก็ไม่ควรพูดเรื่องของเจ้านายลับหลัง หากผู้
อื่นได้ยินเข้า จะกลายเป็นความผิดของเจ้าเอง”
คําพูดนั้นเบานัก แต่กลับเย็นชืดราวคมมีดหุ้มแพร หลิงเอ๋อร์รู้สึกขน ลุกวาบ คล้ายถูกสายตานั้นมองทะลุถึงใจ ทว่าไม่นานก็ปลอบตนเอง หาก คุณหนูใหญ่รู้ว่านางแอบช่วยคุณหนูรอง นางคงไม่สงบนิ่งเพียงนี้หรอก คิด ดังนั้น จึงถอนหายใจโล่งอกเบา ๆ
แต่หลังจากนั้น นางก็ไม่กล้าถามอะไรอีกแม้แต่ค่าเดียว ภายในห้อง เงียบงัน มีเพียงเสียงหวีเสียดสีกับเส้นผม ทว่าใต้ความสงบกลับ อ