ย่านะ! อย่า! ข้าพูด…” มันกล่าวอย่างสั่นเทา
มันกล่าวอย่างช้า ๆ ว่า “ว่านจันทรกานต์เติบโตบนลำต้นและใบไม้ของต้นไม้ที่เน่าเปื่อย เผ่าของพวกมันมีไม้เป็นต้นกำเนิดในการเติบโต ขอเพียงมีไม้ท่อนหนึ่งและมีกลิ่นอายที่เผ่าของพวกมันหลงเหลือเอาไว้ ก็อาจจะโชคดีสามารถทำให้ว่านจันทรกานต์เติบโตขึ้นมาได้ แต่ว่า…”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! แต่เจ้าดันเผาต้นไม้เน่าเปื่อยนั้นไปจนหมดแล้ว เผาไปจนหมดสิ้นแล้ว หากเป็นเช่นนี้แล้วละก็ เจ้าก็จะไม่มีทางเห็นว่านจันทรกานต์อีกตลอดชีวิต และเหตุผลที่เจ้าไม่ได้เห็นมันอีก ก็ไม่ได้เป็นเพราะข้า! ทว่าเหตุผลมันเป็นเพราะตัวของพวกเจ้าเอง”
แม้ว่ากำลังจะหายไป แต่เจ้าวิญญาณอาฆาตก็ยังมีเจตนาร้ายที่อยากจะกวนใจพวกของมู่เฉียนซีอยู่ดี
มู่เฉียนซีตะลึงงันไปเล็กน้อย นางไม่สามารถขาดดอกใดดอกหนึ่งในดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ได้
หากไม่สามารถหาว่านจันทรกานต์ได้จริง ๆ ละก็ เช่นนั้นเกรงว่านางคงไม่สามารถค้นหาต้นกำเนิดของแดนวิญญาณด้วยวิธีนี้ได้อีกแล้ว
“สิ่งนั้น ที่เจ้าพูดหมายถึงเจ้าสิ่งนี้ใช่หรือไม่” น้ำเสียงที่น่ารักของเจ้าผลไม้น้อยดังขึ้น และท่อนไม้สีขาวขุ่นชิ้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมากลางอากาศ
“นี่…นี่มัน…” วิญญาณอาฆาตตะลึงงัน