แม้พวกเขาจะคิดว่าหน้าตาของเจ้าหนูนี่เป็นเช่นไรพวกเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ อีกทั้งยังมีรสนิยมที่แปลกประหลาดอย่างการสวมชุดเกราะแปลก ๆ เช่นนี้อีก ซึ่งดูไม่คู่ควรกับฝ่าบาทน้อยของพวกเขาเลย
แต่ฝ่าบาทน้อยของพวกเขาชอบน่ะสิ! คิดไม่ถึงว่าจะเป็นคนเริ่มจูบเขาก่อนด้วย ฉะนั้นฝ่าบาทอวู่ซวงที่เป็นผู้ปกครองก็ไม่ควรจะเข้มงวดมากเกินไป
แม้ว่าไม่อยากจะจากไป แต่เขาก็ต้องใจแข็งจากไปอยู่ดี หลังจากนั้นจิ่วเยี่ยก็คุกเข่า และวางมู่เฉียนซีลง เขาทอดมองไปที่มู่เฉียนซีพลางกล่าวโดยไม่มีเสียงว่า ‘ซี รอข้านะ!’
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อื้ม! ข้ารอเจ้าได้อยู่แล้ว! เมื่อไรที่ชุดเกราะของเจ้าสร้างเสร็จ เจ้าก็สามารถมาได้ทันทีเลย”
เขาไม่มีเศษเสี้ยวของสุ่ยจิงอิ๋งอีกแล้ว ซึ่งซีไม่รู้เรื่องนี้ แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะชิ้นส่วนนั้นควรจะให้ซีไปตั้งแต่แรกแล้ว
ตอนนี้ซีทำได้แค่ใช้พลังแห่งกาลเวลาเพื่อย้อนเวลาถึงจะสามารถใช้พลังวิญญาณได้ ฉะนั้นหากมีเศษเสี้ยวของสุ่ยจิงอิ๋งอยู่ที่นางมากขึ้นอีกชิ้น ซีก็จะสามารถใช้เกราะป้องกันสัมบูรณ์ได้เพิ่มขึ้นอีกครั้ง เป็นเช่นนี้เขาก็สามารถวางใจได้แล้ว
ในช่วงเวลาสั้น ๆ ซีสามารถมาอยู่ที่แดนวิญญาณ และมาอยู่ข้างกายมู่อวู่ซวงได้
แม้