ปิ่นออกจากอกเสื้อ วางไว้ข้างหมอนอย่างแผ่วเบา ภายใต้แสงจันทร์ ปิ่นหยก คําส่องประกายลุ่มลึก
หากจ้าวเข่อหรันเห็น นางคงตกตะลึง เพราะมันคล้ายปิ่นไม้ที่นางเคย เหลียวมองในตลาดวันนั้น เพียงแต่ เล่มนี้สลักจากหยกดําชั้นเลิศ ผิวเรียบ ลื่น เงาวาวดั่งนํ้าหมึก แท้จริง มิใช่เล่มเดียวกัน
ซือถูชวี่เสาะหาหยกดําชั้นยอด วาดแบบตามความทรงจํา แล้วให้ช่าง ฝีมือชั้นครูแกะสลัก มูลค่า….สูงกว่าปั่นไม้หลายร้อยหลายพันเท่า วางของ แล้ว เขามองนางอีกครั้งอย่างอาลัย ก่อนเหินกายจากไป
ในห้วงกึ่งหลับกึ่งตื่น จ้าวเข่อหรันคล้ายเห็นเงายาวเลือนราง ทว่าชั่ว พริบตา นางก็จมสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง ค่ําคืนนี้ นางหลับอย่างสงบ ต่างจาก เรือนเชียอวี่ แม้ยามนี้จะล่วงเข้าเวลาฉือชื่อหนึ่งเค่อแล้ว ตะเกียงยังสว่าง
ในห้วงกึ่งหลับกึ่งตื่น จ้าวเย่อหรันคล้ายเห็นเงายาวเลือนราง ทว่าหัว พริบตา นางก็จมสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง ค่ําคืนนี้ นางหลับอย่างสงบ ต่างจาก เรือนเชียอวี่ แม้ยามนี้จะล่วงเข้าเวลาฉือชื่อหนึ่งเค่อแล้ว ตะเกียงยังสว่าง จ้าวเย่อเหรินนั่งอยู่บนฝั่ง ใบหน้าหงุดหงิด เสียนอวิ๋นยืนโบกพัดอยู่ข้าง ๆ “เสียนอวิ๋น เจ้าคิดว่าถ้าควรทําอย่างไรดี?”
น้ําเสียงจ้าวเย่อเหรินเต็มไปด้วยความว้าวุ่น
“ตั้งแต่จ้าวเข่อหรันฟื้นขึ้นมา หลายอย่างก็หลุดจากการควบคุม ท่าน พ่อท่านแม่ รีบหาคู่ให้ข้าเสียแล้ว จ้าวอิงก็เอาเรื่องวันนั้นที่ข้าผลักนางตกน้ํา มาข่มขู่ ข้ารู้สิกรา