”
“ข้าไม่ใช่เขา เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาช่วยหรอก” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองกล่าว
“หากไม่กินละก็ เช่นนั้นข้าก็ไม่นำทางให้หรอก! ชิ!” เขาดื้อดึงในคำขอนี้ของเขาเป็นอย่างมาก
ในเวลานี้ จิ่วเยี่ยจึงเอ่ยปากออกมาว่า “ได้!”
จิ่วเยี่ยยอมรับปากแล้ว แต่มู่เฉียนซีกลับยังรู้สึกอยู่ตลอดว่าอาหารเลิศรสของเจ้าหมอนี่ต้องมีปัญหามากแน่นอน และนางก็ไม่รู้ด้วยว่ารสชาติอาหารจะสามารถเทียบอาหารที่จิ่วเยี่ยท ทำได้หรือไม่?
“เจ้าหนูนี่ฉลาดมากจริง ๆ!” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามกล่าวพลางหัวเราะจนตาหยี
“แต่ข้ามีสิ่งที่ต้องการอีกอย่างหนึ่ง!” มู่เฉียนซีรู้สึกว่าสิ่งนี้ทำให้จิ่วเยี่ยต้องเสี่ยง ฉะนั้นเจ้าหมอนี่ก็จะต้องชดใช้ให้มากขึ้นอีกถึงจะเพียงพอ
“แม่สาวน้อย เจ้าต้องการอะไรอย่างนั้นหรือ?” เขากล่าวถาม
“ในเมื่อจิ่วเยี่ยของข้าต้องกินอาหารที่ท่านทำ เช่นนั้นเพื่อความยุติธรรม ท่านก็ต้องกินอาหารที่จิ่วเยี่ยของข้าทำด้วย เป็นอย่างไร?” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว! นานแล้วที่ไม่มีคนมาทำอาหารให้ข้าได้กิน เพราะคนอื่น ๆ ไม่ได้มีงานอดิเรกเช่นนี้ ทักษะการทำอาหารของข้ายอดเยี่ยมมาก เมื่อถึงตอนนั้นข้าสามารถช่วยชี้แนะหนุ่มน น้อยผู้