นี้ได้” เมื่อได้ยินคำพูดของมู่เฉียนซี เขาก็ตอบรับในทันที
เมื่อถึงตอนที่เขาเสียใจภายหลัง เขาคงจะเกลียดการตัดสินใจในตอนนี้ของเขามากอย่างแน่นอน
จิ่วเยี่ยเตรียมตัวกินอาหารที่ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองส่งมาให้ด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย มู่เฉียนซีเดินเข้าไปแล้วกล่าวว่า “ข้าก็จะชิมดูสักหน่อยด้วย”
“ชิมสิ! ชิมสิ! มันอร่อยมากเลยนะ” รอยยิ้มของผู้พิทักษ์ชั้นที่สองเหมือนตาเฒ่าหมาป่าก็มิปาน
ผลปรากฏว่าทันทีที่มู่เฉียนซีกินเข้าไปคำหนึ่ง สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที นี่มันจิ่วเยี่ยคนที่สองไม่มีผิด!
และสิ่งที่แตกต่างจากอาหารที่จิ่วเยี่ยทำก็คือ เขาทำออกมาได้หน้าตาน่าอร่อย อีกทั้งกลิ่นที่หอมหวนนั้นก็ทำให้คนรู้สึกอยากอาหารอีกด้วย แต่ทว่ารสชาตินั้นกลับตรงกันข้ามอย่างส สิ้นเชิง!
จิ่วเยี่ยกล่าวว่า “ซี ข้าจัดการเอง!”
มู่เฉียนซีค้นพบว่าจิ่วเยี่ยไม่ได้กินอาหารที่กินยากนี้เข้าไปจริง ๆ แต่เขาเพียงแค่ใช้วิธีพลางตาอย่างรวดเร็ว จนทำให้ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองไม่ทันสังเกตเห็นเท่านั้นเอง
และอาหารเลิศรสที่ตนเองทำออกมาก็หมดไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันก็ทำให้ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก “หนุ่มน้อย ยอดเยี่ยมมาก ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
“เจ้า