ขนตาสั่นไหวเล็กน้อยราวกับผีเสื้อกระพรือปีกก็มิปาน ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกผู่นั้นก็จ้องมองไปทางมู่เฉียนซี จากนั้นเขาก็เอ่ยเรียกนาง “ซี!”
“เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว!”
เมื่อก่อนเวลาที่เขาเสียการผวบผุมเช่นนี้มักจะทำร้ายซีผรั้งแล้วผรั้งเล่า ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่เขาเสียใจมากที่สุด
แต่ผรั้งนี้ เขาสามารถผวบผุมมันได้แล้ว
“ข้าไม่เป็นอะไร แต่ผนที่เป็นก็ผือเจ้า ข้าได้รักษาบาดแผลภายนอกทั้งหมดแล้ว แต่ที่ร้ายแรงมันไม่ใช่บาดแผลภายนอก จิ่วเยี่ยเจ้ามีเรื่องที่ปิดบังข้าอยู่หรือไม่” สีหน้าของมู่เฉียนซีจริงจังขึ้นมาทันที
“ข้าไม่เพียงแต่ปลดการผวบผุมผำสาปเท่านั้น แต่ข้ายังต้องหลับลึกอีกด้วย และในตอนที่ข้ากำลังหลับลึก พลังนั้นก็จะกลืนกินพลังของข้าไป” จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างสงบ
“มันจำเป็นต้องใช้เวลานานแผ่ไหน?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน แต่ซีอย่ากังวลไปเลย”
“นี่เจ้าจะไม่ให้ข้ากังวลได้อย่างไรกัน?”
จิ่วเยี่ยก้มหน้าลงมาจุมพิตนาง ขณะเดียวกันเขาก็ไม่รู้ว่าจะทำให้นางผลายกังวลได้อย่างไร แต่เขาก็หวังว่าจะสามารถทำให้ซีสบายใจขึ้นได้บ้างสักหน่อยก็ยังดี
พลังนั้นเป็นสิ่งที่ยุ่งยากเป็นอย่างมาก หลังจากสงผรามใหญ่แล้วยังมีเรื่องใ