นั้น ข้าคงไม่มีวาสนาได้เรียนกับแม่นมจินจริง ๆ หรือ?”
“อย่าเพิ่งกังวล”
จาง เหนียงปลอบ
“วันหน้า หากบิดาเจ้าได้สืบทอดตําแหน่งโหว เจ้าเป็นถึงคุณหนูแห่ง จวนโหว จะหาคู่ครองดี ๆ ไม่ได้เชียวหรือ?”
ภายนอกจ้าวอิงมิได้เอ่ยตอบ แต่ในใจกลับคํานวณเงียบ ๆ ตําแหน่ง โหวนั้น บิดามิใช่ผู้สืบทอดเพียงคนเดียว ใครจะรู้ว่าจะตกถึงมือหรือไม่ ดู ท่า…นางต้องหาทางให้ตนเอง พลันนึกถึงเหตุการณ์หนึ่งที่เห็นโดยบังเอิญ เมื่อไม่กี่วันก่อน ดวงตาของจ้าวอิงวาบแสงขึ้นมา ดูที นางคงต้องไปสนทนา
กับจ้าวเย่อเหรินเสียหน่อยแล้ว
อีกด้านหนึ่ง ในเรือนเฉินเซียงหยวนที่ฉันเชียงเหอพํานักอยู่ เจ๋งมา
มา แม่นมผู้เลี้ยงดูฉินเสียงเหยมาตั้งแต่วัยเยาว์ กําลังรายงานเหตุการณ์ใน ฉางอินเก๋อเมื่อครู่อย่างละเอียด ไม่มีตกหล่นแม้ถ้อยคําเดียว ฉันเชียงเหอฟัง พลางยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“ดูท่า นางจะไม่พอใจข้าไม่น้อยเลย”
“ฮูหยิน จะให้สั่งสอนนางสักหน่อยหรือไม่เจ้าคะ?”
เจิงมามาถาม
“ไม่จําเป็น”
ฉินเซียงเหอหัวเราะเบา ๆ
“แค่ตัวตลกกระโดดโลดเต้นตัวหนึ่ง มิคุ้มให้เราเสียแรง ตอนนี้เรื่อง สําคัญคือให้เย่อหรันกับเย่อเหรินเรียนกับแม่นมจินให้ราบรื่น”
นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาเย็นเฉียบแต่แฝงอํานาจ
“เจิงมามา ไปเตรียมของขวัญพบหน้าให้แม่นมจิน อย่าแพงเกินไป
แต่ก็อย่าให้ดูเบาเกินไป เข้าใจหรือไม่?”
“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” ฉินเชียงเหอพยักหน้าเบา ๆ
“ดีมาก”