ยามตะวันลาลับ เหล่าคนในจวนต่างทยอยเข้าสู่ห้องโถงรับประทาน อาหาร ตามธรรมเนียมของจวนไปซื้อ ทุกคืนวันเพ็ญกลางเดือน เจ้านาย ฝ่ายในจะมารวมตัวกันกินสํารับเย็นพร้อมหน้า เป็นกฎเก่าแก่ที่สืบต่อกันมา
หลายปี
จ้าวเย่อหรันกวาดตามองรอบด้าน คนมากันครบถ้วนจริงดังว่า ทว่า แม้จะร่วมโต๊ะกันในคืนเดียวกัน มิได้หมายความว่าจะนั่งเสมอกันทั้งสิ้น ภาย ในห้องโถงมีโต๊ะใหญ่สองตัว แบ่งแยกอย่างชัดเจนระหว่างสายเอกกับสาย รอง ผู้ใดเป็นภรรยาเอก บุตรธิดาโดยชอบธรรม จึงจะได้ขึ้นโต๊ะหลัก ส่วน อนุและลูกอนุย่อมต้องถอยไปนั่งอีกโต๊ะหนึ่ง
โต๊ะรองนั้น มีภรรยารองของจ้าวซึ่งอยู่ครบ จางอี้เหนียง หลี่อี๋ เหนียง หลิวอี้เหนียง พร้อมบุตรธิดาของพวกนาง
จางอี้เหนียงเป็นญาติฝ่ายมารดาของจ้าวซง ครอบครัวตกอับในภาย
หลัง มารดาของจ้าวซึ่งเวทนาจึงรับเข้ามาเป็นอนุ เพราะเป็นผู้ใหญ่จัดการ ให้ จางซื่อจึงถือเป็น “อนุดี” นางให้กําเนิดบุตรสาวหนึ่งคน นามว่า จ้าวอิง อายุสิบสองปี เป็นคุณหนูสามสายรองแห่งจวน
หลี่อี๋เหนียง เดิมทีเป็นสาวใช้ติดตามสินเดิมของฉินเซียงเหอ ภรรยา เอก ต่อมาถูกยกฐานะเป็นอนุ ได้บุตรสาวสองคน คือคุณหนูห้าและหก จ้าวหลิน กับ จ้าวเหมย
ส่วนหลิวอี้เหนียง แต่ก่อนเป็นนางร้องเพลงแห่งหอว่านฮวา ถูก จ้าวซงหมายตา จึงพาเข้าจวนเป็นอนุ ทว่าอยู่มาหลายปี กลับไร้บุตร นั่นเป็น หนามตําใจที่ทําให้นางกัดฟันกรอดทุกค่ําคืน
สําหรับโต๊ะหลักนั้น แน่นอนว่านั่งด้ว