ยล้อมมากเท่าไร ยิ่งดี แต่ก็ใฝ่ฝันให้พวกนางอยู่ร่วมกันอย่างสงบ…. ฝันที่งดงามและโง่เขลาใน
คราวเดียวกัน
G?”
“พี่หญิง เป็นอะไรหรือเจ้าคะ? หรือไข้ลมหนาวคราวก่อนยังไม่หาย
เสียงใสกังวานดังข้างหู จ้าวเข่อหรันหันไป เห็นจ้าวเย่อเหรินมองมา ด้วยสีหน้าห่วงใย ทว่าลึกลงในดวงตานั้น กลับมีประกายเย้ยหยันแฝงเร้น
“ไม่เป็นไร”
นางยิ้มบางเบา
“เย่อหรัน ไข้หายดีแล้วหรือ?”
จ้าวซงเอ่ยถาม น้ําเสียงเรียบเฉยดุจถามตามมารยาท มิได้อบอุ่น
อย่างบิดาควรมี
“ขอบพระคุณท่านพ่อที่ห่วงใย ลูกติ นแล้วเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อหรันเงยหน้ามองด้วยแววซาบซึ้ง หากเป็นนางในอดีต คงเจ็บ ปวดกับความเฉยเมยของบิดา แล้วเงียบงันไม่ตอบสิ่งใด ทําให้บรรยากาศ กระอักกระอ่วน และท้ายที่สุดก็ยิ่งห่างเหินกันมากขึ้น แต่นางในวันนี้ มิใช่ เด็กโง่ผู้นั้นอีกแล้ว ไม่ว่าคําถามนั้นจะจริงใจหรือเพียงพิธีการ นางก็ต้องรับ ไว้ด้วยความกตัญญู เพราะการยอมรับ คือเกราะกําบังที่ดีที่สุด
“ดีแล้ว… ก็ดีแล้ว”
จ้าวชงชะงักเล็กน้อย สายตาที่มองบุตรสาวคนโตพลันอ่อนลง แต่ ก่อน ไม่ว่าเขาจะพูดสิ่งใด นางก็เฉยเมยดุจท่อนไม้ ไร้สีหน้า วันนี้เพียงคํา ถามหนึ่งกลับทําให้นางซาบซึ้งถึงเพียงนี้ หรือเขาจะละเลยบุตรสาวผู้นี้มา
นานเกินไป? ความรู้สึกผิดวาบขึ้นในอกชายชรา
“ดูแลร่างกายให้ ต่อไปอย่าซุ่มซ่าม หน้าอีก
เขากําชับเพิ่มอีกคํา ด้านจ้าวเย่อเหรินที่นั่งข้าง ๆ เห็นพี่สาวตอบ
อย่างสง่างาม ก็ถึงกับตั้งตั