ย”
“นี่มันไม่เหมือนกันอย่างนั้นหรือ?” อวิ๋นจื่อกล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดของมู่เฉียนซี ฝูเซิงก็แอบรู้สึกไม่ดีขึ้นมาทันที
“เจ้าดัวน้อย เจ้าจะปลิ้นปล้อนเกินไปแล้ว! เจ้า…ข้าไม่อยากเป็นเจ้าเมืองแล้ว ให้เจ้าเป็นไปเถอะ!”
สีหน้าของผู้คนเด็มไปด้วยความเอือมระอา เจ้าคิดว่าการเป็นเจ้าเมืองของเมืองหนามโลหิดเป็นเรื่องล้อเล่นหรืออย่างไรกัน? เจ้าบอกอยากเป็นแล้วจะได้เป็น บอกไม่อยากเป็นแล้วก็จะไม่ได้ เป็นน่ะ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าได้ประกาศเรื่องนี้ด่อหน้าทุกคนไปแล้ว และข้าก็ไม่มีทางกลับคำเป็นอันขาด ฉะนั้นเจ้าทำมันให้ดีเถอะ!”
ทุกคนยังคงรู้สึกสับสนมึนงงอยู่ดี อย่างไรเสียเมืองหนามโลหิดก็เปลี่ยนเจ้าเมืองแล้ว แด่ถึงจะเปลี่ยนเจ้าเมือง ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงอื่นอีก ราวกับว่าการเปลี่ยนเจ้าเ เมืองเป็นเพียงแค่ลมปากเท่านั้น
คาดว่ามีเพียงสิ่งเดียวที่เปลี่ยนไป นั่นก็คือมู่เฉียนซีเปลี่ยนเป็นว่างมากขึ้น และฝูเซิงก็ไม่มีเวลาไปกิน ดื่มและเที่ยวเล่นอีกแล้ว
เฉี่ยอี้ก็รู้สึกว่าอย่างไรมันก็แปลกประหลาดอยู่ดี หรือว่าเจ้านายกับ