างอากาศผู้นั้นหายไป ฝูเซิงก็ค้นพบว่ามู่เฉียนซีเองก็หายตัวไปด้วยเช่นกัน “เจ้าตัวน้อย…”
ตอนนี้มู่เฉียนซีได้ถูกจิ่วเยี่ยกอดเอาไว้ “ข้ามารับเจ้าแล้ว!”
นางกล่าวอย่างยอมรับผิดว่า “จิ่วเยี่ย ข้าทำให้เจ้าเป็นกังวลแล้วสินะ”
เมื่อมาถึงจุดนี้ หัวใจที่แข็งกระด้างของจิ่วเยี่ยก็สงบลงแล้ว เขากล่าวว่า “ข้ามาช้าไป ข้ามีความผิด ข้าไม่ควรปล่อยอู๋หยาไว้เลย! ข้าควรที่จะใช้ทุกวิถึทางเพื่อฆ่าอู๋หยา”
ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นฉายแววเย็นยะเยือกออกมา
“เจ้า…”
ฝูเซิงจ้องมองไปยังมู่เฉียนซีที่ถูกจิ่วเยี่ยกอดเอาไว้ในอ้อมแขน ทั้งสองคนดูสนิทสนม และคุ้นเคยกันมาก…
ผู้คุมเหล่านั้นสูดหายใจเข้าลึกพลางกล่าวว่า “ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย คิดไม่ถึงเลยว่าท่านจะมาช้าเช่นนี้!”
จิ่วเยี่ยเหลือบมองไปทางพวกเขาแล้วกล่าวอย่างเย็นชาว่า “พวกเจ้ายังไม่ตายอีกหรือ?”
ในชั่วขณะหนึ่ง พวกเขารู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว
พวกเขาเคยต่อสู้กับฝ่าบาทจิ่วเยี่ยมาก่อน และนั่นก็คือก็คือฝันร้ายของพวกเขาแน่นอน
พวกเขาเหล่านี้คือคนที่โชคดีที่เอาชีวิตรอดมาได้ และพวกเขามีความทรงจำที่ลึกซึ้งเป็นพิเศษต่อฝ่าบาทจิ่วเยี่ยท่านนี้อีกด้วย
จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เหตุใดข้าถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ มันเป็นเรื่อง