มื่อเจ้ารู้ว่าผิด ก็จงรับโทษเถิด”
นางกล่าวอย่างเรียบเฉย
“โมยสิบไม้ และตัดเงินเดือนสามเดือน”
คําตัดสินนั้นราวสายฟ้าฟาด หลิงเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นด้วยความ ตะลึง หลงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างอดทนไม่ไหว รีบเอ่ยขอความเมตตา “คุณหนู โทษเช่นนี้จะหนักเกินไปหรือไม่เจ้าคะ?”
จ้าวเข่อหรันโบกมือเบา ๆ
“พอเถิด อย่าได้ขอร้องแทนกันอีก ไร้กฎเกณฑ์ย่อมไร้ระเบียบ ผิดก็ต้องรับโทษ”
“คุณหนู บ่าวไม่ยอมรับเจ้าค่ะ!”
หลิงเอ๋อร์เงยหน้าขึ้น น้ําตาคลอหน่วย ราวถูกกลั่นแกล้งจนสุดจะ
ทน จ้าวเข่อหรันเอนกายพิงหัวเตียง ท่าทางเกียจคร้าน หากแววตากลับ เย็นชา
“ว่ามา เจ้าจะไม่ยอมรับสิ่งใด?”
“บ่าวเพียงตอบก่อนแม่นมเยว่เท่านั้น เหตุใดต้องลงโทษหนักถึง เพียงนี้ บ่าวไม่ยอมรับเจ้าค่ะ!”
เสียงโต้เถียงนั้นเต็มไปด้วยความคับแค้น แต่แฝงด้วยความแข็ง กร้าว จ้าวเข่อหวั่นหัวเราะเบาๆ รอยยิ้มงดงาม หากไร้ความอบอุ่น
“ตั้งแต่ข้าเริ่มพูดจนถึงบัดนี้ ไม่มีประโยคใดที่เจ้าฟังด้วยความ
ยอมรับสักค่า”
แรก
“เมื่อครู่ข้าถามแม่นมเยว่ เจ้ากลับชิงตอบ นั่นคือความผิดข้อ ที่สวนชุนฮุย แม่นมเยว่เป็นหัวหน้าดูแล เจ้าเป็นเพียงบ่าวชั้นหนึ่ง มิใช่ผู้มีสิทธิ์ตอบแทน เจ้ารู้ว่าตนผิด แล้วยังทํา นั่นคือรู้ผิดแต่จงใจทํา ผิดข้อที่สอง ข้าลงโทษ เจ้ายังกล้าโต้แย้ง ไม่รับคําสั่ง นั่นคือขัดบัญชา ผิดข้อที่สาม”
นางทอดสายตามองหลิงเอ๋อร์ช้า ๆ
“ยังมีสิ่งใดจะกล่าวอีกหรือไม่ หากเจ้ายังไม่สํานึก