เจ็บ… เจ็บเสียจนศีรษะราวถูกฉีกออกเป็นเสี่ยง ๆ ความปวดแล่น พล่านประหนึ่งมีก้อนเหล็กหนักหน่วงกระหน่ําทุบไม่ยั้ง
ทําให้นางแทบ
อาจหายใจได้สะดวก เปลือกตาหนักอึ้งดั่งแบกหินพันชั่ง จ้าวเข่อหรัน
พยายามฝืนแรงลืมตาขึ้นอย่างยากลําบาก
ที
“คุณหนูใหญ่ ท่านพื้นแล้วหรือเจ้าคะ!”
เสียงของหลงเอ๋อร์ดังขึ้นด้วยความดีใจ รีบรุดเข้ามาข้างเตียงทัน
“ข้า” เพียงเอ่ยคําเดียว ลําคอกลับแสบร้อนราวถูกไฟเผา
“น้ํา…”
หลงเอ๋อร์รีบรินน้ําใส่ถ้วย ค่อย ๆ ประคองป้อนให้นางดื่มอย่างระ มัดระวัง สายน้ําเย็นไหลผ่านลําคอ ชะโลมความแห้งผากลงไปเล็กน้อย
จ้าวเข่อหรันจึงค่อยมีสติ ความทรงจําก่อนหน้าไหลบ่ากลับมาเป็น ฉาก ๆ ราวภาพฝันที่ชัดเจนเกินจริง
“ข้ายัง…ไม่ตายหรือ?”
นางเอ่ยเสียงแหบพร่า คล้ายเสียงลมพัดผ่านซากใบไม้แห้ง
ขยง…เม ย ทวย
ท
นางเอ่ยเสียงแหบพร่า คล้ายเสียงลมพัดผ่านซากใบไม้แห้ง
“คุณหนูใหญ่ ท่านพูดว่าอะไรนะเจ้าคะ? อย่าได้กล่าวเช่นนี้เลย บ่าวใจหายหมดเจ้าค่ะ”
หลงเอ๋อ หน้าซีด รีบหันไปตะโกนเรียก
“แม่นมเยา! รีบเข้ามาเร็วเจ้าค่ะ คุณหนูไม่ชอบมาพากลแล้ว!” “เยว่?”
จ้าวเข่อหรันชะงักงัน ในหัวว่างเปล่า แม่นมเยว่…มิใช่จากโลกนี้
ไปก่อนนางแล้วหรือ?
“โวยวายอันใดกันหลงเอ๋อร์!”
เสียงเข้มดุดังขึ้นพร้อมร่างหนึ่งรีบก้าวเข้ามา
“คุณหนูก็เพียงป่วยหนัก เจ้าจะร้องไห้ตีโพยตีพายทําไมกัน”
ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทําให้หัวใจจ้าวเข่อหรันสั่น สะท้านเยว่…ที่นางเคยกอ