ดร่างเย็นเฉียบไว้ในอ้อมแขนในคืนอันโหด
ร้าย บัดนี้กลับยืนอยู่ตรงหน้าอย่างมีชีวิต น้ําตาพรั่งพรูไหลลงมาไม่ขาด สาย ความอัดอั้นที่กดทับในอกระเบิดออกมาพร้อมเสียงสะอื้น
“คุณหนู เป็นอะไรไปเจ้าคะ”
เยว่รีบเข้ามานั่งข้างเตียง ดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอก ลูบหลัง
ปลอบโยน
“ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว โรคไข้เพิ่งทุเลา อย่าร้องไห้
เดี๋ยวร่างกายจะทรุดเอา”
ตัว”
“คุณหนูดูแปลก ๆ จริง ๆ นะเจ้าคะ”
หลงเอ๋อ กระซิบเสียงเบา
“พอฟื้นขึ้นมาก็ถามว่าตนเองตายหรือยัง ข้าฟังแล้วขนลุกไปทั้ง
“หุบปากเสีย!”
เยว่หันไปตวาด ดวงตาวาววับดุจคมมีด
“อย่าได้เอ่ยวาจาอัปมงคลอีก หากเจ้ามิรู้จักยั้งคิด ข้าจะฉีกปาก
เจ้าทิ้งเสียให้สิ้นเรื่อง!”
คําด่านั้นรุนแรงแต่แฝงอํานาจ หลงเอ๋อร์สะดุ้ง รีบยกมือปิดปาก
ตัวเอง ไม่กล้าเปล่งเสียงอีก
“ป่วย?”
จ้าวเข่อหรันเอ่ยช้า ๆ ราวพยายามจับต้นชนปลาย
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ”
จ้าวเข่อหรันเอ่ยช้า ๆ ราวพยายามจับต้นชนปลาย
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ”
แม่นมเยว่กูยิ้มบาง มือแตะหน้าผากนางอย่างอ่อนโยน
“ไข่เพิ่งลด คุณหนูหลับไม่รู้สึกตัวอยู่หลายวัน ทําเอาบ่าวหวาด หวั่นแทบขาดใจ ครานี้ฟื้นแล้ว บ่าวก็เบาใจเสียที”
จ้าวเข่อหรันนิ่งงัน นางจําได้ชัดเจน….คืนนั้นนางถูกกรอกสุราพิษ
ลงคอ ความแสบร้อนกัดกินอวัยวะภายในจนแทบคลั่ง ความทรมานราว
ตกนรกทั้งเป็น แล้วเหตุใดบัดนี้ยังมีลมหายใจ? เหตุใดแม่นมเยว่ ผู้ที่ ควรสิ้นใจไปก่อน จึงยืนอยู่ตรงหน้า? ความสับ