จากนั้นจิ่วเยี่ยก็มองไปทางผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าพลางกล่าวว่า “เมืองของซี นี่ดีจริง ๆ!”
เฉี่ยอี้ผงะไปครู่หนึ่ง คนผู้นี้รู้จักท่านเจ้าเมืองอย่างนั้นหรือ?
มู่เฉียนซีมองไปทางเฉี่ยอี้ที่กำลังร้อนรนพลางกล่าวว่า “นี่คือว่าที่ ‘ฮูหยิน’ ในอนาคตของพวกเจ้า อย่าเป็นกังวัลนักเลย!”
ทั้งแดนนรก คนที่กล้าหยอกล้อท่านอ๋องจิ่วเยี่ยเช่นนี้ ก็คงจะมีมู่เฉียนซีเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ใช่แล้ว! ‘ฮูหยิน’!” น้ำเสียงที่นุ่มลึกเต็มไปด้วยแรงดึงดูดดูมีความอันตรายขึ้นมาทันที
และจิ่วเยี่ยก็ไม่ค่อยพอใจคำคำนี้อย่างสิ้นเชิง หากเปลี่ยนเป็นอีกคำหนึ่งละก็ มันคงจะดีไม่น้อยเลย
เฉี่ยอี้มองตาปริบ ๆ นะ…นี่ผู้ชายของท่านเจ้าเมืองมาเยี่ยมเยือนเมืองหนามโลหิตอย่างนั้นหรือ
เฉี่ยอี้กล่าวว่า “ข้าน้อยเฉี่ยอี้ เป็นพืชกลายพันธุ์ระดับเจ็ดดาว คารวะนายท่าน! ท่านเจ้าเมือง เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนขอรับ”
พวกเขากอดกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความสัมผัสที่ดีเช่นนี้ ทำให้เฉี่ยอี้ที่มีในฐานะเป็นพืชกลายพันธุ์ที่ยังโสดรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นส่วนเกิน และไม่ควรที่จะอยู่เป ป็นก้างขวางคอที่นี่อีกแล้ว