ารดา ในห้วงสุดท้ายของชีวิต
จ้าวเข่อหรันเห็นบิดามารดากําลังถกเถียงเรื่องการแต่งงานอย่าง
กระตือรือร้น ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านจนเลือดลมตีกลับ ลําคอเต็มไป ด้วยรสคาวหวาน นางกระอักเลือดออกมาค่าหนึ่ง
“พาซุน เหนียงกับคุณชายน้อยกลับสวนสุ่ยเพิ่ง!”
จ้าวซึ่งขมวดคิ้วอย่างรังเกียจ ก่อนสั่งคนพาซุน เหนียงกับ จ้าวเข่อเฟิงที่ยังร้องไห้ไม่หยุดกลับเรือน จากนั้นก็หันหลังจากไปโดยไม่
เหลียวแล
“ช่างอัปมงคลเสียจริง”
ฉินเซียงเหอสะบัดชายแขนเสื้ออย่างรังเกียจ มองจ้าวเข่อหรัน ราวสิ่งสกปรก ก่อนเดินจากไปเช่นกัน เมื่อทั้งสองลับสายตาแล้ว จ้าวเข่อ เหรินกลับยังคงยืนอยู
“พวกเจ้าออกไปให้หมด”
นางสั่งเรียบเฉย
“ข้ามีถ้อยคําสุดท้ายจะกล่าวกับพี่สาว”
บ่าวไพร่ทยอยถอยออกไป แม้แต่หลงเอ๋อร์ที่กอดจ้าวเข่อหรัน
แน่นไม่ยอมปล่อย ก็ถูกลากออกไปอย่างหยาบกระด้าง ก่อนออกไปยัง หอบศพของเยว่กูไปด้วย เตรียมนําไปทิ้งยังป่าช้าร้าง ไม่นาน ห้องที่เคย อึกทึกก็เหลือเพียงสองพี่น้อง หนึ่งยืนสูงส่ง หนึ่งนอนรอความตาย “พี่สาวที่รัก บุตรสาวคนโตแห่งจวนไท่ซื้อ… ผู้สูงศักดิ์เพียงนั้น ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”
จ้าวเข่อเหรินยืนมองร่างบนพื้น ดวงตาเย็นเยียบ นางค่อย ๆ ย่อ ตัวลง ยิ้มอ่อนหวานราวบุปผาแรกแย้ม
กะ?”
“พี่รู้หรือไม่ ละครฉากนี้ ข้าวางแผนมานานนัก สนุกไหมเจ้า
“เจ้า…!”
จ้าวเข่อหรันส่งเสียงแหบพร่า พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น แต่
ร่างกายไร้เร