“เรียกคนมา! จับตัวคุณหนูใหญ่”
จ้าวซึ่งออกคําสั่งเสียงเย็นชา ไร้แม้เศษเสี้ยวความลังเล
“ท่านพ่อ อย่านะเจ้าคะ!”
ในห้วงวินาทีที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนปลายเส้นผม เด็ก ชายตัวน้อยผู้หนึ่งพุ่งเข้ามา โผเข้ากอดขาจ้าวซึ่งแน่น ร้องไห้สะอื้น
“เฟิงเอ๋อร์ เจ้าจะมาที่นี่ทําไม?”
จ้าวซึ่งมองบุตรชายเพียงคนเดียวของตนด้วยความประหลาดใจ
“คารวะท่านพ่อ คารวะฮูหยินใหญ่”
ซุน เหนียงและแม่นมเยว่ที่ตามมาภายหลังรีบก้มคํานับ เห็น ได้ชัดว่าทั้งซุนยี่เหนียงและจ้าวเข่อเพิ่งถูกเยว่พามา ฉินเซียง เหอเหลือบมองสตรีที่ให้กําเนิดบุตรชายคนเดียวแก่สามี สีหน้าเย็นชาดุจ
นํ้าค้างเหมันต์
“ซุน เหนียง เจ้าเห็นหรือไม่ว่าท่านพี่กําลังจัดการเรื่องในจวน เหตุใดจึงบังอาจพาเด็กเข้ามาวุ่นวาย?”
ซุน เหนียงคุกเข่าลงอย่างสงบ
“นายท่าน ฮูหยิน ข้าน้อยได้ยินเรื่องราวคร่าว ๆ แล้ว วันนี้ช่างน่า สงสัยนัก ข้าน้อยจึงกล้ากล่าวขอให้ท่านไต่สวนอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสิน ใจ อย่าได้ให้คุณหนูใหญ่ต้องรับเคราะห์โดยมีเป็นธรรมเลยเจ้าค่ะ”
จ้าวเข่อเหรินยิ้มอ่อนหวาน ทว่าแววตากลับเย็นลึกไร้ไออุ่น นาง พยุงซุน เหนียงลุกขึ้น
“ซุน เหนียงวางใจเถิด ท่านพ่อได้สืบสวนกระจ่างแล้ว ไม่มีทาง ใส่ร้ายพี่สาวแน่นอน หรือท่านกําลังสงสัยว่าท่านพ่อแยกแยะผิดถูกมี เป็น แม้เรื่องเพียงนี้ก็จัดการไม่ได้?”
ถ้อยคําอ่อนโยนปานสายลม หากซ่อนคมมีดไว้ใต้ผืนแพร ทําให้
คิ้วของจ้าวซึ่งขมวดแน่น สีหน้ามืด