จ้าวเข่อเหริน ผู้เลอโฉมราวบุปผาแรกแย้ม งามล้ำจนได้รับการ
ขนานนามเป็นหนึ่งในสี่โฉมงามแห่งเมืองหลวง มิหนำซ้ำยังเชี่ยวชาญ
พิณ หมากล้อม อักษร และจิตรกรรม เป็นที่เลื่องลือในฐานะหญิงงามผู
มากปัญญา
ตั้งแต่จำความได้ บิดามารดามีเพียงเข่อเหรินอยู่ในสายตา ส่วน
ตัวนาง … เป็นเพียงเงาจาง ๆ ที่ไร้ความหมาย แต่กระนั้น นางก็ไม่เคย
คิดเลยว่า ในหัวใจของบิดามารดา ตนจะต่ำต้อยถึงเพียงนี้
“ท่านพ่อ อย่าเพิ่งตัดสินเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ หากพี่หญิงถูกใส่ร้าย
จะไม่เป็นการทำร้ายผู้บริสุทธิ์หรือ?”
เสียงของจ้าวเข่อเหรินดุจสายลมฤดูใบไม้ผลิ แผ่วเบาแต่ชัดเจน
ประหนึ่งแสงสว่างเสี้ยวหนึ่งที่ส่องลงในโลกอันมืดมนของ
จ้าวเข่อหรัน นางเงยหน้าขึ้น มองน้องสาวด้วยสายตาซาบซึ้ง ลืมเลือน
คำพูดที่เพิ่งผลักไสตนลงเหวไปก่อนหน้า ๑
ใช่แล้ว … อย่างไรเสียพวกนางก็เป็นสายเลือดเดียวกัน ในยามนี้
มีเพียงน้องสาวที่ยังเอ่ยแทนนาง จ้าวซงขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าที่มี
ต่อจ้าวเข่อเหรินกลับอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“เข่อเหริน เจ้าใจดีเกินไป เจ้ากับพี่สาวสนิทกัน พ่อเข้าใจ แต่
หลักฐานชัดเจนอยู่ตรงหน้า เจ้าอย่าได้ช่วยแก้ตัวแทนคนที่ไม่คู่ควร
เลย”