้างบาดแผลบนร่างกายของเขาอยู่นั้น น้ำเสียงที่คุ้นเคย และอ้อมแอ้มเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากข้ฟางหลังของซูอี้ชิง
ซูอี้เฟิงกระพริบตามองซูอี้ชิงพร้อมทั้งถือแหวนมิติเอาไว้อันหนึ่ง เมื่อเจ้าสำนักหมอทมิฬได้เห็น เขาก็อยากที่จ จะกระโจนเข้าไปเพื่อแย่งชิงแหวนมิตินี้กลับคืนมาโดยเร็ว เจ้าสัตว์ประหลาดนี่มาแย่งแหวนมิติของเขาไปตั้งแต่เมื่อไร รกัน?
“ใช่! สิ่งนี้แหละ” ซูอี้ชิงกล่าว
เจ้าสำนักหมอทมิฬจ้องมองไปที่พี่น้องทั้งสองคนนั้น แหวนมิตินี้ได้ประทับรอยวิญญาณของเขาเอาไว้ ซึ่งพวกเขาไม่ม มีทางลบ และเอาของที่อยู่ข้างในออกไปได้แน่นอน
อย่างไรเสียในสถานที่แห่งนี้ผู้มีที่พลังจิตวิญญาณแข็งแกร่งกว่าเขาก็มีเพียงหมอปีศาจคนเดียวเท่านั้น และตอนนี้ นางก็กำลังยุ่งมากเลยทีเดียว
ซูอี้เฟิงกล่าวด้วยเสียงทุ่มต่ำว่า “รอยประทับจิตวิญญาณอย่างนั้นหรือ? แค่ลบมันซะก็สิ้นเรื่อง!”
นี่คืออัจฉริยะที่ตนเองสร้างออกมาได้สำเร็จ ซึ่งดูเหมือนว่าจะสามารถอ่านความคิดของเขาได้ และการลบรอยประทับจิต ตวิญญาณก็ดูเหมือนเป็นเพียงการละเล่นเท่านั้น เพราะมันช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน
และตอนนี้เจ้าสำนักหมอทมิฬก็ได้ลิ้มรสสิ่งที่เรียกว่าการยกหินขึ้นมาแต่กลับหล่นทับขาตนเอ