าวอู่จี๋ จึงต้องให้ความเคารพนบนอบถึงเพียงนี้ ฐานะของเขาต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
“หากพวกเจ้าคิดว่าความตายของฉินเฟิงยังมิอาจทำให้ตระกูลฉินตื่นรู้… ก็จงเข้ามาข้ามเส้นข้าต่อไปเถิด”
เฉินผิงเอ่ยกลั้วรอยยิ้มที่เย็นเยียบถึงกระดูก!
“แก…!” ฉินเสี่ยวเทียนเบิกตากว้างด้วยความโกรธแค้นจนเส้นเลือดปูดโปน เสียงกระดูกข้อนิ้วลั่นดังกร๊อบแก๊บ หากมิใช่เพราะมีจ้าวอู่จี๋และไป่ซิ่วซานยืนปักหลักอยู่ตรงนี้ เขาคงพุ่งเข้าไปฉีกร่างเฉินผิงเป็นชิ้น ๆ ไปนานแล้ว!
“ไอ้หนู เจ้าช่างใจกล้าบ้าบิ่นดีแท้ แต่อย่าเพิ่งรีบตายเสียก่อนล่ะ ยามนี้พวกเรามาคอยดูกันต่อไป!” สิ้นคำ ฉินเสี่ยวเทียนก็สะบัดหน้าหันหลังกลับ นำพายอดฝีมือชราผู้นั้นมุ่งหน้าเดินลึกเข้าไปยังห้องโถงชั้นในทันที!
“เพียงคุณชายเฉินออกคำสั่ง ไม่ว่าจะต้องบุกน้ำลุยไฟ ตระกูลไป่ของข้าพร้อมจะทุ่มเทสุดกำลังเพื่อปกป้องความปลอดภัยของคุณชายเฉินในเมืองหลวงแห่งนี้อย่างถึงที่สุดครับ!” ไป่ซิ่วซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวหนักแน่น!
เฉินผิงคลี่ยิ้มพลางพยักหน้ารับน้อย ๆ
จากนั้น เฉินผิงจึงเดินตามไป่ซิ่วซานเข้าสู่ห้องโถงรับรองส่วนใน ทว่าห้องนี้อนุญาตให้เพียงเฉินผิงและไป่ซิ่วซานผ่านเข้าไปเท่านั้น คนอื่น ๆ ล้วนถูกกันไว้ด้านนอกอย่างสิ้นเชิง
เมื่อก้าวพ้นประตูเข้ามา ด้านในยังคงจัดแสดงเครื่องลายครามโบราณอยู่เช่นกัน ทว่าจำนวนกลับน้อยกว่าโถงด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด ทว่า ‘ไอพลังวิญญาณ’ (จิตออร่