า) ในห้องนี้กลับหนาแน่นและอบอวลกว่ามาก ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าโบราณวัตถุในห้องนี้มีอายุเก่าแก่และล้ำค่ากว่าด้านนอกหลายเท่าตัว!
ตรงใจกลางห้อง มีโต๊ะแปดเซียน (โต๊ะแปดอมตะ) ตัวใหญ่ตั้งตระหง่าน รายล้อมด้วยเก้าอี้พนักพิงมังกรอันหรูหรา ตรงที่นั่งประธานปรากฏร่างของคนสองคนนั่งเด่นเป็นสง่า คนหนึ่งคือ โจวจ้าวหลง คหบดีใหญ่ผู้สุภาพเรียบร้อยจากเกาะฮ่องกงที่สวมแว่นตากรณี ส่วนบุคลที่นั่งเคียงข้างเขานั้น มีสง่าราศีเหนือล้ำปุถุชน เส้นผมและหนวดเคราพลิ้วไหวราวกับเซียนผู้บำเพ็ญตบะ!
“คุณชายเฉิน ชายผู้นั้นคือนักธุรกิจใหญ่จากฮ่องกง นามว่าโจวจ้าวหลง ส่วนคนที่นั่งข้างเขาก็คือ หยวนเป่าจง ปรมาจารย์ด้านค่ายกลคาถาอาคมอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดินจีนและฮ่องกง! ข้าได้ยินมาว่าครั้งนี้โจวจ้าวหลงได้นำเอา ‘ศาสตราวุธวิเศษโบราณ’ (法器) ชิ้นหนึ่งมาร่วมงานด้วย จึงได้เชิญปรมาจารย์หยวนมาช่วยตรวจสอบ ผู้ที่สามารถย่างก้าวเข้าสู่ห้องนี้ได้ ล้วนแต่เป็นผู้นำตระกูลยักษ์ใหญ่แห่งเมืองหลวงทั้งสิ้น คนธรรมดาทั่วไปไม่มีคุณสมบัติพอจะเหยียบย่างเข้ามาได้เลยครับ” ไป่ซิ่วซานเอ่ยกระซิบแนะนำด้วยเสียงเบา
เฉินผิงพยักหน้ารับรู้ รอบโต๊ะแปดเซียนยามนี้มีคนนั่งอยู่ไม่กี่คน ทุกคนล้วนมีปรมาจารย์หรือยอดฝีมือที่เชิญมาคอยจับตาดูเพื่อจำแนกแยกแยะความจริงเท็จและอานุภาพของอาวุธวิเศษชิ้นนั้น แน่นอนว่าฉินเสี่ยวเทียนและชายชราลึกลับผู้นั้นก็นั่งรวมอยู่ด้วย!
ไป่ซิ่วซานนำทา