มู่เฉียนซีได้รู้จักอย่างไม่สะทกสะท้าน และหลังจากที่เขาพูดสิ่งเหล่านี้จบแล้ว ก็กล่าวขึ้นว่า “ออกเดินทางได้!”
เขาไม่ได้ให้โอกาสมู่เฉียนซีได้ลงมือหรือจู่โจมเลย!
ดี ดีจริง ๆ!
หอโอสถว่านฉงตั้งอยู่บนเขาสูงนอกเมืองหุยชุน หรือที่เรียกยอดเขาว่านฉง ในตอนที่เข้าไปใกล้เขาว่านฉง ก็เห็นอาคารไม้สูงหลังหนึ่งตั้งตระหง่าอยู่ท่ามกลางหมอกอันหนาทึบ
และเมื่อเงยหน้ามองขึ้นไป กลับมองไม่เห็นยอดด้านบนเลย
ว่านซือเยี่ยนกล่าวว่า “สาเหตุที่เรียกว่าหอโอสถว่านฉงนั้น ก็เป็นเพราะว่าไม่เคยมีผู้ใดสามารถพิชิตไปถึงชั้นบนสุดได้มาก่อน และไม่รู้ว่ามันสูงมากเท่าไรกันแน่ ฉะนั้นจึงได้เรียกว่าหอโอสถว่านฉง”
“นี่น่าจะเป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพสินะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
หอโอสถว่านฉงนี้สง่างามเป็นอย่างมาก และในตอนที่ขึ้นไปบนเขา ว่านซือเยี่ยนก็ได้หยิบเอาตราสัญลักษณ์ของสมาคมการค้าเฉินซีออกมา
นักปรุงยาที่เขาพามาด้วยนั้น มีบางคนก็เป็นนักปรุงยาของสมาคมการค้าเฉินซี ส่วนบางคนก็เป็นคนที่พันธมิตรของสมาคมการค้าเฉินซีแนะนำมาให้ และมู่เฉียนซี แน่นอนว่าอยู่ภายใต้ชื่อของหอหมอปีศาจอยู่แล้ว
ในมือของทุกคนต่างมีป้ายไม้อยู่คนละชิ้น จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “เอาล่ะ!