ทะยานออกมาจากเปลวเพลิงอีกครั้ง หลังจากนั้นมู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “อย่ามัวสิ้นเปลืองพลังงานไปกับพวกมันเลย นี่คือภาพลวงตาที่ค่ายกลนี้สร้างออกมาเท่านั้นเอง”
“คิดหาวิธีทำลายค่ายกลนี้กันเถอะ!”
“ขอรับ!”
เสี่ยวโม่โม่รับผิดชอบบนอากาศ เสี่ยวหงรับผิดชอบให้การจุดไฟ ส่วนอู๋ตี้รับผิดชอบในการทำลาย และมู่เฉียนซีก็รับผิดชอบการตรวจจับพลังจิตวิญญาณ หลังจากที่ใช้ความพยายามไปไม่น้อย ในที่สุดก็หนีออกมาได้เสียที
เพียงแต่ ถึงแม้จะออกมาจากค่ายกลนั้นได้แล้ว บ้านหลังใหญ่หลังนี้ก็ยังคงมืดมนอยู่ดี
ต้นไม้เบี้องหน้าสั่นไหวทั้งที่ไม่มีลมเลยแม้แต่น้อย และหลังจากนั้นก็มีร่างที่ขาวตั้งแต่หัวจรดเท้าร่างหนึ่งกระโดดลงมาจากบนต้นไม้ต้นนั้นอย่างกะทันหัน ร่างของเขาบางเบาราวกับกระดาษแผ่นหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น
บนเท้าของเขานั้นไม่ได้สวมรองเท้าเอาไว้ จากนั้นเขาก็เดินอยู่กลางอากาศอย่างแผ่วเบา และส่งเสียงครวญครางออกมาเบา ๆ ว่า “ข้าเกลียดมาก! เกลียดชังเหลือเกิน!”
สายลมที่เย็นยะเยือกพัดผมสีดำขลับของเขาขึ้นมา และน้ำตาโลหิตก็ไหลรินลงมาจากดวงตาอันว่างเปล่าสีดำสนิทคู่นั้น
เสี่ยวโม่โม่หดตัวให้เล็กลง จากนั้นก็มุดเข้าไปในอ้อมแขนของมู่เฉียนซี พล่างกล่า