นอกจากมู่เฉียนซีแล้ว ก็คือกู้ไป๋อี
มู่เฉียนซีก้มใบหน้าลงเล็กน้อยแล้วกล่าว “ข้ารู้ ข้าเชื่อในตัวเสี่ยวไป๋ ข้าเชื่อในตัวเขา!”
ในที่สุดเส้นประสาทที่ตึงเขม็งก็ผ่อนคลายลงเสียที การที่ต่อสู้กับเป่ยกงจั๋วด้วยสติปัญญา ความกล้าและชีวิต ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่อย่างใด เมื่อกู้ไป๋อีได้หายตัวไปแล้ว ความอดทนที่มู่เฉียนซีมีมาตลอดก็พังทลายลงในทันที
นิรันดร์รีบเข้าไปพยุงตัวมู่เฉียนซีในทันที “อดทนมานานขนาดนี้ เจ้าคิดจะทำให้ข้าปวดใจตายไปเลยหรืออย่างไร?”
“จัดการอย่าให้เหลือร่องรอย แล้วกลับได้แล้ว!” นิรันดร์กล่าว
“ขอรับ!”
ถึงแม้มู่เฉียนซีจะบาดเจ็บสาหัสจนต้องเป็นลมสลบไป ทว่าเมื่อมีนิรันดร์อยู่ด้วยแล้วสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ใช่ปัญหา ทว่านิรันดร์ก็ยังรู้สึกแย่เป็นอย่างยิ่ง
ในขณะที่มู่เฉียนซีเป็นลมสลบไป นิรันดร์ก็ได้สาดส่องสายตาไปยังทุก ๆ คนแล้วกล่าว “เรื่องในวันนี้ข้าไม่อยากให้แพร่งพรายออกไป หากผู้ใดกล้าแพร่งพรายออกไปแม้แต่คำเดียว พวกเจ้าจะต้องตกอยู่ในสภาพน่าอนาถกว่าคนเหล่านี้อย่างแน่นอน”
วิธีของนิรันดร์เป็นที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง พวกเขามีชีวิตกันมานมนานแล้ว ทว่าก็เป็นครั้งแรกที่ได้พบเจอคนที่น่าเกรงขามมากถึงขนาดนี้
จูเชว่กระตุกยิ้มมุมปาก “นิรันดร์กล่าวได้ถูกต้อง พวกเจ้าจงจำไว้ให้ดี”
“ช่างเถอะ ลบความทรงจำของพวกเจ้าง่ายกว่า”
นิรันดร์นำยาลูกกลอนออกมาหนึ่งขวด “กินไปให้หมดทุกคน รวมไปถึงสองคนที่หลบอยู่ด้วย อย่าคิดว่ามี