นไม่ได้เป็นเรื่องเหลือบ่ากว่าแรงอะไรเลย!”
ทันทีที่กระบี่ปีศาจออกจากฝัก พวกเขาก็หน้าถอดสีไปในทันที
ชิงเสวียนจัดการสั่งสอนคนเหล่านี้อย่างง่ายดาย มู่เฉียนซีก็ไม่ได้สนใจการต่อสู้ของพวกเขาเท่าใดนัก ทว่ากลับหันมาสังเกตบุรุษอาภรณ์สีดำนิลที่อยู่เบื้องหน้าแทน
อวัยวะทั้งห้าบนใบหน้ารับกันอย่างสมบูรณ์แบบราวกับรูปปั้นที่เทพเซียนสรรค์สร้าง ผู้ใดได้เชยชมก็ต้องรู้สึกปลื้มปีติอย่างปฏิเสธไม่ได้ ความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมานั้นได้ผลักไสให้คนรอบข้างต้องถอยห่างออกไปไกล
มู่เฉียนซียื่นมือออกไปแล้วกล่าว “ยินดีที่ได้รู้จัก ข้ามีนามว่ามู่เฉินซี!”
ดวงใจของเขาเต้นโครมครามขึ้นในทันที เมื่อยื่นมือออกไปจับมือมู่เฉียนซีแล้ว เขาก็กล่าวด้วยท่าทางเย็นชา “ข้าคือฉู่หลี ฉู่หลีสำนักลั่วเยว่”
มู่เฉียนซีกระตุกยิ้มมุมปากแล้วกล่าว “ศิษย์พี่ช่างเหมาะสมจริง ๆ!”
น้ำเสียงที่เรียกเขาว่าศิษย์พี่เป็นอะไรที่คุ้นหูยิ่งนัก ทำให้ดวงใจของฉู่หลียิ่งเต้นโครมครามมากขึ้นเป็นเท่าทวี เขากล่าวด้วยท่าทีเคร่งขรึม “ศิษย์น้องหญิง!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ต้องขออภัยด้วยที่ทำให้ศิษย์พี่เป็นห่วง!”
ฉู่หลีส่ายหน้าไปมาแล้วกล่าว “ข้าเชื่อว่าศิษย์น้องหญิงจะต้องไม่เป็นอะไรอย่าง