องสำนักหลางซิงก็หันไปจ้องมองผู้คนที่กำลังถกเถียงกันด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและดุดันอย่างที่สุด
“ไป๋จิ่งเยว่อยู่ชั้นสองหรือไม่?” พวกเขาเอ่ยถามเสี่ยวเอ้อคนหนึ่ง
“ใช่แล้วขอรับ!” เสี่ยวเอ้อกล่าวตอบ
พวกเขารีบบุกเข้าไปในห้องของพวกไป๋จิ่งเยว่ในทันที และในขณะนั้นเองมู่เฉียนซีและไป๋จิ่งเยว่ก็กำลังรับประทานอาหารเช้ากันอยู่พอดี
ไป๋จิ่งเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ทุกท่านจะไร้มารยาทเกินไปหรือไม่?”
“ได้ยินมาว่าเจ้าเข้าเมืองมาพร้อมกับคุณชายจูเชว่อย่างนั้นหรือ?” พวกเขากล่าวถามด้วยท่าทางเคร่งขรึมจริงจัง
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม? ข้าและคุณชายจูเชว่ได้ทำความรู้จักเป็นสหายกัน แล้วพวกเจ้าจะทำไม?” น้ำเสียงของไป๋จิ่งเยว่อ่อนโยนเป็นอย่างยิ่ง ทว่าไม่ได้ดูอ่อนแอแต่อย่างใด
อย่างไรเสียไป๋จิ่งเยว่ก็เป็นผู้มากฝีมืออันเลื่องชื่อในดินแดนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ พวกเขาจึงไม่อาจจับตัวไป๋จิ่งเยว่ไปเพราะผูกมิตรกับคุณชายจูเชว่ได้
“แล้วแม่นางคนนี้เล่า?” พวกเขาเหลือบมองไปยังมู่เฉียนซี ตอนนี้มู่เฉียนซีกำลังจิบน้ำชาโดยไม่สนใจพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
“แม่นางผู้นี้จะต้องรู้ที่อยู่ของจูเชว่อย่างแน่นอน คงจะเป็นผู้หญิงของจูเชว่แน่ ๆ จับตัวนางมาให้ข้า!”
ครั้นพวกเ