องคนก็ถูกคนมาขวางเอาไว้อย่างกะทันหัน
“พวกเจ้าทั้งสองคนมาเรียนรู้กับข้าสักหน่อย เป็นอย่างไร?”
“จื่อเยว่ซาง!” จื่อเหยากราดเกรี้ยว
ไม่คาดคิดเลยว่าจื่อเยว่ซางจะทรยศในเวลาเช่นนี้ และนี่เป็นเรื่องที่นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย
“เจ้าบ้าไปแล้วอย่างนั้นหรือ?” นางกล่าวด้วยความโกรธแค้น
จื่อเยว่ซางกล่าวว่า “จื่อเหยา เจ้าอย่าโกรธถึงเพียงนั้นเลย! แม่นางมู่งดงามมากกว่าเจ้า อีกทั้งยังมีความสามารถมากกว่าเจ้าเสียอีก ข้าคงยอมให้นางถูกพวกเจ้ารังแกไม่ได้หรอก จะช่วยก็ไม่ได้อย่างนั้นหรือ? ถึงอย่างไรเมื่อได้สมบัติแล้วต้องเอาไปมอบให้อยู่ดี ผู้ใดจะถือออกไปก็เหมือนกันทั้งนั้น”
นี่มันจะไปเหมือนกันได้อย่างไรล่ะ? จื่อเหยาโกรธจนแทบจะกระอักเลือดออกมา
“ดี! เจ้านี่มันดีจริง ๆ! ข้าเพียงคนเดียว ก็เพียงพอแล้วที่จะจัดการกับผู้หญิงอย่างมู่เฉียนซีแล้ว”
มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนว่าคนที่จิ่วเยี่ยได้เตรียมพร้อมไว้อีกคนหนึ่ง จะเป็นจื่อเยว่ซางของเผ่าหงส์ม่วงจริง ๆ
หลังจากที่ถูกจื่อเยว่ซางยั่วให้เกิดความโมโหแล้ว แววตาของจื่อเหยาจ้องมองไปที่มู่เฉียนซีพร้อมจิตสังหาร ดาบขนาดใหญ่เล่มหนึ่งร้องคำรามออกมา แล้วจากนั้นก็ได้กลายเป็นลำแสงสีม่วง
ตูม!
ลำแสงสีม่วงบานสะพรั่ง และทั่วทั้งร่างกายของมู่เฉียนซีก็ถูกลำแสงห่อหุ้มเอาไว้
“มังกรน้ำแข็งท้าสวรรค์!”
มังกรวารีที่เป็นน้ำแข็งสีฟ้าพุ่งออกมา จื่อเหยากล่าวพลางหัวเราะเยาะว่า “