และไม่ถูกคนพบเห็นได้นะ” จื่อโยวกล่าวอย่างตื่นเต้น
แต่ทว่าจิ่วเยี่ยไม่ได้รับฟังเขาเลยแม้แต่น้อย!
“อาเยี่ย! ตามที่ข้าได้รู้มา หอหลอมอัสนีกำลังจะเปิดแล้ว! เจ้ารีบไปเข้าเถอะ! ไม่เช่นนั้นก็คงจะไม่ทันแล้ว มันจะไม่ทันแล้วจริง ๆ นะ”
จื่อโยวได้ลองลิ้มรสคำที่ว่ากษัตริย์ไม่กังวลแต่ขันทีเช่นเขากังวลเสียเองเป็นครั้งแรก
ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ที่เร่งรีบจนต้องเรียกหาถึงเพียงไหนก็ตาม จิ่วเยี่ยก็จะทำราวกับว่าไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น
จิ่วเยี่ยจ้องมองไปที่เศษซากนั้น และยังคงไม่ตอบสนองสิ่งใดกลับมา
จื่อโยวกระโดดไปมาด้วยความโมโห และในเวลานี้ร่างในชุดสีน้ำเงินอ่อนร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น
“อู๋หยา ยอดเยี่ยมมาก! เจ้ามาแล้ว เจ้ารีบมาช่วยเกลี้ยกล่อมจิ่วเยี่ยหน่อยเถอะ”
“ฝ่าบาท!” มีเสียงแหบแห้งดังเข้ามาจากข้างนอก
จิ่วเยี่ยกล่าวว่า “หอหลอมอัสนีเป็นเพียงหนึ่งในนั้นเท่านั้นเอง คัมภีร์หมื่นคำสาปไม่แน่ว่าจะต้องอยู่ที่นั่น ข้าไม่รีบหรอก!”
หลังจากนั้น จิ่วเยี่ยก็หายตัวไปจากภายในห้องทันที
อู๋หยายืนอยู่ข้างนอกด้วยความงุนงง ฝ่าบาทเริ่มเปลี่ยนไปดื้อดึงมากยิ่งขึ้น ทั้งยังยิ่งเอาแต่ใจและไร้เหตุผลมากขึ้นด้วย
เพียงเพราะคนคนเดียว หญิงสาวผู้นั้น นั่