ำเสียงเรียบเฉย
สีหน้าของเจ้าสำนักสวี่ค่อย ๆ คล้ำทมิฬยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ “ได้! เจ้ามันอวดดีนัก! ข้าจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปเป็นแน่”
“มู่เฉียนซี มู่เฉียนซี มานี่เดี๋ยวนี้!” ในขณะนั้นเอง เจ้าเมืองหนานเจ๋อก็ตะคอกออกมาเสียงดังลั่น
ผู้ที่ถูกเรียกให้เข้าไปหาไม่ใช่ผู้อาวุโสใหญ่ และไม่ใช่ศิษย์พี่ใหญ่ แต่เป็นมู่เฉียนซี
ทันทีที่มู่เฉียนซีเดินเข้าไป เจ้าเมืองหนานเจ๋อก็ทอดมองมาที่มู่เฉียนซีด้วยสีหน้าที่ไม่เป็นมิตรเท่าใดนัก เขากล่าว “เจ้าเองก็รู้ว่าครั้งนี้เจ้าใช้พลังโจมตีมากเกินไป ทำให้เมืองหนานเจ๋อของข้าเสียหายไปมากเท่าไรรู้หรือไม่?”
“ใครก็ได้เข้ามาซิ! มารายงานค่าเสียหายให้นางฟัง!”
ผู้ทำบัญชีคนหนึ่งก็ได้เดินเข้ามา แล้วเริ่มรายงานค่าเสียหายต่าง ๆ และเมื่อได้ฟัง มู่เฉียนซีก็ต้องร้องตะโกนออกมาด้วยความตกตะลึงในทันที!
“เป็นอะไรไป? เจ้าคิดจะเบี้ยวหนี้รึ! หากเจ้าไม่ชดใช้ วันนี้เจ้าก็อย่าได้คิดออกจากเมืองหนานเจ๋ออีกเลย!” เจ้าเมืองหนานเจ๋อกล่าวข่มขู่
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เจ้าเมืองหนานเจ๋อ ท่านเพียงแค่บอกจำนวนมาก็พอแล้ว แล้วท่านก็ไปเบิกเงินกับไป๋เจ๋อก็แล้วกัน อย่างไรเสียเขาก็มีเงิน เงินของข้าส่วนใหญ่ก็อยู่ที่เขาทั้งนั