ลปริศนาเข้าจับตัวไว้แล้ว
ไม่ได้เป็นการจับธรรมดา แต่นับว่าเป็นการกอดที่เนื้อแนบเนื้อเสียมากกว่า
กลิ่นอายน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาจากตัวบุรุษชุดดำอย่างน่าหวาดกลัว หน้ากากที่น่ากลัวบดบังรูปโฉมเขาไว้ ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นช่างดูเย็นชาและลึกล้ำเหลือคณา
“ข้าจะไปกับซีด้วย!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ศิษย์พี่ นี่คืออาจารย์ของข้าเอง หากเขาไปกับข้าด้วย ก็คงไม่มีปัญหาอะไรอย่างแน่นอน ศิษย์พี่กลับสำนักไปก่อนเถอะ”
“ไม่ได้!” ฉู่หลีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เจ้าตามไม่ทันหรอก” จิ่วเยี่ยช้อนร่างอรชรขึ้น แล้วรีบจากไปในทันที
จิ่วเยี่ยกล่าวว่าตามไม่ทัน ทว่าฉู่หลีก็ไม่คิดจะยอมแพ้แต่อย่างใด เขาใช้พลังวิญญาณที่มีทั้งหมดไล่ตามพวกเขา จนท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไล่ตามได้ทัน
ฉู่หลีพบว่าทิศทางที่กำลังมุ่งตรงไปนั้น ดูเหมือนจะเป็นทางไปยังสำนักวารีเมฆา
มู่เฉียนซีกล่าว “จิ่วเยี่ย เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ากำลังจะไปสำนักวารีเมฆา?”
“ข้าต้องรู้อยู่แล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าว “อีกฝ่ายทำการเคลื่อนย้ายกำลังเสริม และแน่นอนว่าพวกเขาไม่อาจส่งพวกที่ไร้ประโยชน์เหล่านั้นไปอย่างแน่นอน อย่างไรเสียศิษย์พี่ก็เก่งกาจถึงเพียงนั้น เห็นทีเจ้าสำนักวารีเมฆาคงจะนำพาคนส่วนมากของสำนักไปเป็นแน่”
“เวลานั้นเราควรอาศัยโอกาสในตอนที่อีกฝ่ายอ่อนแอบุกเข้าไปจึงจะดีที่สุด! ข้นย้ายจนสำนักวารีเมฆาหลงเหลือแต่ความว่างเปล่า พวกเขากล้าที่จะไล่สังหารข้า กล้าควบคุมข้า ถึงจะไม่สังหาร แต่ก็