งนางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวว่า “ก็…คนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่อย่างไรเล่า”
จิ่วเยี่ยก้มลงจูบนาง
เขากอดจูบนางด้วยอารมณ์ชื่นมื่น แทบจะเอาของล้ำค่าทั้งหมดบนโลกใบนี้มอบไว้ให้ตรงหน้านาง
เพราะซีบอกว่าซีชอบเขา!
“อือ!”
ร่างในชุดดำเคลื่อนไหวไป แม้ว่าริมฝีปากของจิ่วเยี่ยจะยังไม่ออกห่างจากนาง แต่ทั้งสองก็เดินทางไปแล้ว
ใช้ความเร็วอย่างรวดเร็วที่สุดไปที่สำนักลั่วเยว่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้…
ถูกกลืนกินเสียแล้ว!
อารมณ์ที่แผดเผาอย่างเร่าร้อนนั้นทำให้มู่เฉียนซีแทบจะหายใจไม่ออก
มู่เฉียนซีซบอ้อมอกจิ่วเยี่ยด้วยร่างกายที่เมื่อยล้า “หวงจิ่วเยี่ย ข้าแค่เปิดทางให้เจ้าเล็กน้อยเจ้าก็ไม่รู้จักหักห้ามใจเลย เจ้ามันทำเกินไปจริง ๆ”
“ซีบอกว่าชอบข้า ในเมื่อชอบ ก็ควรจะชอบสิ่งนี้ของข้าด้วย เช่นนี้…” นิ้วมืออันเรียวยาวของจิ่วเยี่ยลูบไล้บนร่างของมู่เฉียนซี
“ชอบบ้าบออะไรของเจ้า! ใครบอกเจ้ากันเล่า” มู่เฉียนซีตะคอกข้างหูเขา
เนื่องจากองค์ชายจิ่วเยี่ยพัวพันนางไม่ยอมเลิกรา มู่เฉียนซีจึงไม่มีเวลาไปรายงานภารกิจ
ในที่สุดมู่เฉียนซีก็พักผ่อนเพียงพอแล้ว จากนั้นนางก็ไปรายงานภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
นางฝึกฝนทักษะโยวจั๋วได้ในระดับหนึ่งแล้ว ลำดับต่อไปก็ต้องเพิ่มพลังวิญญาณเพื่อเพิ่มกำลังในการสังหารให้แข็งแกร่งขึ้น
นางกำลังครุ่นคิดว่าต้องทำเช่นไรถึงจะได้เจอกับท่านเจ้าสำนัก
“ศิษย์น้องมู่ ในที่สุดก็กลับมาสักที” ฮวาเจี้ยนเดินย่างกรายมาตัวเบา