ราวกับผีเสื้อตัวหนึ่งก็มิปาน
ข้างกายเขามีคนชุดดำผู้หนึ่ง นั่นก็คือเฟิงซู่นั่นเอง
มู่เฉียนซีเห็นเขาและกล่าวว่า “เจ้ามาก็ดีแล้ว ข้ามีเรื่องอยากถามเจ้าอยู่พอดี”
ความแข็งแกร่งของฮวาเจี้ยนอยู่ในระดับกลาง และในแง่ของการสอดรู้สอดเห็นนั้นทั่วทั้งสำนักลั่วเยว่คาดว่าคงไม่มีผู้ใดเทียบเขาได้แล้ว เขาเป็นคนที่รู้เรื่องราวไม่น้อยเลย
ฮวาเจี้ยนยิ้มพลางกล่าว “ศิษย์น้องมู่อยากรู้เรื่องอันใดเหรอ หากข้ารู้ข้าจะบอกอย่างแน่นอน”
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “จะทำเช่นไรให้ท่านหัวหน้าสำนักสนใจในตัวข้า จะทำเช่นไรให้ท่านเจ้าสำนักรับข้าเป็นศิษย์”
นางไม่อาจบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงของนางออกมาได้
ฮวาเจี้ยนมองมู่เฉียนซีด้วยความประหลาดใจ “นึกไม่ถึงเลยว่าศิษย์น้องมู่จะอยากเป็นศิษย์ของท่านเจ้าสำนัก ท่านเจ้าสำนักเก็บตัวฝึกฝนมาโดยตลอด น้อยมากที่พวกเราจะได้เจอเขา”
ทันใดนั้นเฟิงซู่ก็กล่าวขึ้นว่า “อีกไม่นานการคัดเลือกจัดอันดับของสำนักในจะจัดขึ้น หากศิษย์น้องมู่คว้าอันดับหนึ่งมาได้ ต่อให้ท่านเจ้าสำนักจะไม่สนใจเจ้า แต่ผู้อาวุโสท่านอื่น ๆ ก็สนใจเจ้าอยู่ดี”
“ถูกต้อง!” ฮวาเจี้ยนกล่าวด้วยความตื่นเต้น
คนที่เพิ่งจะเข้าสำนักในมาได้ไม่นาน จะคว้าอันดับหนึ่งในการจัดอันดับของสำนักในได้อย่างไรกัน พวกเขายังคิดว่าเป็นเรื่องขำขันอยู่เลย
ทว่า ศิษย์น้องหญิงผู้นี้ไม่เหมือนคนอื่น นางเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งที่วิปริตมาก
มู่เฉียนซีกล่าว “ดูท่าแล้วก็คงต้อง