ต้องรีบล้างคำสาปในตัวเจ้าให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้นแล้ว จิ่วเยี่ย หากเจ้าเอาตัวเองไม่รอด เจ้าจะปกป้องคนอื่นได้อย่างไรกันล่ะ!”
จิ่วเยี่ยพยักหน้าพลางกล่าว “ข้าทำได้!”
ในขณะที่เสาสวรรค์พังทลายลงนั้น กลีบดอกของดอกบัวสีฟ้ากลีบหนึ่งก็ได้ลอยมาปรากฏตรงหน้ามู่เฉียนซี
มู่เฉียนซียกสองมือขึ้นรับกลีบดอกนั้นไว้ นางยิ้มพลางกล่าว “กลีบที่สี่แล้ว”
ขาดอีกห้ากลีบ สุ่ยจิงอิ๋งก็จะกลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ดังเดิม
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ และในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่นี้ ก็ได้เจอเกาะเกาะหนึ่งที่เต็มไปดอกบุปผาเบ่งบาน
ตุบ! จิ่วเยี่ยวางร่างของมู่เฉียนซีลงในทะเลบุปผาแห่งนี้ และเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าของมู่เฉียนซีออก
มู่เฉียนซีกล่าว “จะทำพันธสัญญากับกลีบดอกกลีบนี้ไม่ใช่หรอกเหรอ มา…ข้าจัดการเอง!”
จิ่วเยี่ยกล่าว “ข้าทำให้ดีกว่า สะดวกกว่า”
ตรงหัวใจไม่สะดวก แต่…
ผิวหนังถูกขบกัดด้วยริมฝีปากอันเร่าร้อน มู่เฉียนซีสั่นสะท้านไปทั้งตัว
“จิ่วเยี่ย เหตุใดต้องเลือกตรงนี้ด้วย?”
“เพราะว่าข้าชอบตรงนี้ ตรงหัวใจของซี!”
นิ้วมือของจิ่วเยี่ยลูบวนอยู่ตรงหัวใจของนาง
มู่เฉียนซีรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัว “เจ้า…หยุดเล่นได้แล้ว จะทำพันธสัญญาก็รีบทำเร็วเข้า!”
กลีบดอกอันเย็นยะเยือกกลีบนั้นวางลงบนหัวใจของมู่เฉียนซี ชั่วพริบตาเดียว มู่เฉียนซีก็ถูกลำแสงสีฟ้าอ่อนห่อหุ้มขึ้น
จิ่วเยี่ยเอากลีบดอกอีกกลีบออกมา กลีบดอกกลีบนี้เขาเอาติดตัวเขาไว้ตลอด
ม