…” เป่ยกงจั๋วมองหน้ากู้ไป๋อีอย่างไม่อยากเชื่อ!
นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะฆ่าตัวตาย!
นี่มันเป็นการตัดสินใจเช่นไรกัน
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นรวดเร็วมาก มู่เฉียนซีไม่มีเวลาได้ครุ่นคิดเลยสักนิด ก่อนจะรีบพุ่งเข้าไปคว้ากระบี่เฉียนหานเอาไว้
กู้ไป๋อีชะงักลง เนื่องจากหากเขาไม่หยุดการกระทำนี้ มีหวังมือของมู่เฉียนซีต้องถูกตัดขาดสะบั้นเป็นแน่
ต่อก ๆ! เลือดสีแดงสดของมู่เฉียนซีไหลหยดลงบนคอเสื้อของกู้ไป๋อี
“มันเจ็บ! ปล่อยมือเดี๋ยวนี้ ซีเอ๋อร์!” กู้ไป๋อีกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“กู้ไป๋อี เยี่ยมยิ่งนักกู้ไป๋อี รู้จักจะหลอกข้าแล้ว เจ้า…เจ้ายังใช้กระบี่ที่ข้าหลอมให้เจ้ามาฆ่าตัวตายเช่นนี้อีก เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง!”
“ซีเอ๋อร์ รีบปล่อยมือเดี๋ยวนี้!”
“ไม่!”
จู่ ๆ กู้ไป๋อีก็ยื่นมือข้างหนึ่งไปกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “ซีเอ๋อร์ ข้าขอร้องเจ้า ได้โปรด ฆ่าข้าเสียเถอะ มิเช่นนั้นมันจะไม่ทันการ”
อ้อมกอดของกู้ไป๋อีเย็นยะเยือกเหมือนตัวตนของเขาไม่มีผิด
เขาค่อย ๆ เอามือที่เปื้อนเลือดของมู่เฉียนซีออก เจ็บ…
เจ็บเกินไปแล้ว!
ต่อให้เป็นเขาเองที่ต้องมือขาด แขนขาด หัวขาด ก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดมากถึงเพียงนี้!
กู้ไป๋อีเอากระบี่เฉียนหานมอบให้ในมือมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “ฆ่าข้าซะ! เร็วเข้า!”
มู่เฉียนซีรับกระบี่เล่มนั้นมา แต่นางจะลงมือจริง ๆ ได้อย่างไรเล่า!
ก็แค่คิดจะยึดกระบี่เล่มนี้เอาไว้เท่านั้น ว่าแล้วมู่เฉียนซีก