ชื่อในพระผู้เป็นเจ้า ไม่ได้เชื่อในความเมตตาอะไรนั่นอยู่แล้ว! อินรั่วเฉิน เจ้าลองใช้สมองอันน้อยนิดของเจ้าคิดดูให้ดี พระผู้เป็นเจ้าอะไรนั่นเมตตาเจ้าบ้างหรือไม่ เจ้าเด็กผู้น่าสงสาร”
“การปลดผนึกจะต้องใช้เลือดของโอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอิน เรามาร่วมมือกันปลดผนึกเถอะ บางทีท่านเทพมารอาจจะช่วยเจ้าได้ก็ได้นะ!”
อินรั่วเฉินยกมือทั้งสองข้างประสานกันพลางกล่าว “อมิตาพุทธ!”
“ไม้อ่อนไม่ชอบ ชอบไม้แข็ง องค์รัชทายาทเป่ยกง จับตัวอินรั่วเฉินให้ข้า” ปรมาจารย์แห่งแคว้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ในขณะที่เป่ยกงจั๋วลงมือกับพวกเขานั้น คนของมู่เฉียนซีที่แอบซ่อนตัวอยู่ก็ลงมือแล้วเช่นกัน
นางพายอดฝีมือระดับสูงสุดครึ่งหนึ่งมาที่นี่ เมื่อเป่ยกงจั๋วเห็นมู่เฉียนซี ความโกรธแค้นที่มีก็ปะทุออกมาจนอยากจะจับนางมาถลกเนื้อหนังมังสาออกเป็นชิ้น ๆ
“มู่เฉียนซี นี่เจ้าก็มาด้วยเหรอ”
“หากข้าไม่มาแล้วจะกำจัดคนเช่นเจ้าได้ยังไงกันล่ะ! องค์รัชทายาทเป่ยกง” มู่เฉียนซีกล่าวเย้ยหยัน
ครั้นแล้ว เป่ยกงจั๋วจึงถูกมู่เฉียนซีกับชิงอิ่งเข้าโจมตีพร้อมกัน ทั้งสามเริ่มโรมรันพัลวันกันอีกครั้ง ส่วนอินรั่วเฉินไปรับมือต่อสู้กับปรมาจารย์แห่งแคว้น
เป่ยกงจั๋วหลบหลีกการโจมตีของชิงอิ่ง มือที่เย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งคู่หนึ่งพุ่งไปหมายจะจับมู่เฉียนซี “วันนี้ ในที่แห่งนี้เจ้าไม่มีพลังนั่นสนับสนุน มู่เฉียนซี ครั้งนี้เจ้าต้องอ่อนแอกว่าครั้งก่อนแล้วแน่นอน”
ตูม! การโจมตีของ