ขาจึงยังพอมีเวลาอยู่
หากพบกับเหล่าวิญญาณที่เกะกะขวางตาเหล่านั้นอีก มู่เฉียนซีก็จัดการเฉกเช่นเดิม ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นมาก
แม้ว่าจะยังหาของล้ำค่าที่เปลี่ยนแปลงร่างกายของลั่วเหมี่ยวไม่เจอ แต่ลั่วเหมี่ยวก็ได้รู้จักสมุนไพรจากมู่เฉียนซีไปไม่น้อยเลย อีกทั้งนางยังสนใจในสมุนไพรเหล่านี้อีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “เสี่ยวเหมี่ยว เจ้าอยากเป็นนักปรุงยาหรือไม่?”
“เป็นเหมือนพี่สาวมู่ ที่สามารถรักษาอาการป่วยของคนอื่นได้อย่างนั้นเหรอ?” ลั่วเหมี่ยวกล่าวถามอย่างไร้เดียงสา
“ไม่ใช่เพียงแค่นั้นนะ นักปรุงยายังสามารถทำเรื่องอื่นได้อีกหลายเรื่องเลยล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าว
“ข้าอยากเป็น ๆ!” ดวงตาสีฟ้าอ่อนดุจดั่งวารีนั้นเปล่งประกายขณะมองไปที่มู่เฉียนซี
“เช่นนั้นเจ้าก็ต้องตั้งใจเรียนขั้นพื้นฐานจากข้าไปก่อน!”
ลั่วเหมี่ยวมีพรสวรรค์เกี่ยวกับสมุนไพรมาก อีกทั้งยังมีใจรักอีกด้วย ดังนั้นหลังจากนางรักษาร่างกายและปรับสมดุลได้แล้ว นางก็จะสามารถฝึกบำเพ็ญได้ และยังเป็นนักปรุงยาได้อีกด้วย
เก็บสมุนไพร จัดการเหล่าวิญญาณที่เข้ามาเกะกะขวางตา เวลาแต่ละวันผ่านไปอย่างจืดชืด แต่ลั่วเหมี่ยวกลับไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลย อีกทั้งยังรู้สึกพึงพอใจมากอีกด้วย
ณ สถานที่อันเงียบสงบแห่งนี้ จู่ ๆ ลมเย็นก็พัดกระโชกมา
“นายท่าน แย่แล้ว มีวิญญาณเกาะกลุ่มกัน เป็นปัญหาแล้ว พวกนั้นมีจำนวนเยอะมาก เราจะทำเช่นไรดีขอรับ?” เสี่ยวฮุยมารายงานให้มู่เฉียนซีทรา