นต่อมา มู่เฉียนซีตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ
ความบ้าคลั่งนั้นของจิ่วเยี่ย บ้าคลั่งเสียยิ่งกว่าตอนที่คำสาปกำเริบเสียอีก!
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ สุ่ยจิงอิ๋งรวบรวมพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ส่งเขากลับไป และนางก็เข้าสู่การหลับใหล
มู่เฉียนซีหมดเรี่ยวแรง นางจึงผล็อยหลับไปอีกครั้ง
เป็นผลให้ไม่มีใครดูแลลั่วเหมี่ยว แต่โชคดีที่ซัวเฉียงมาดูแลนางให้แทน
ของล้ำค่าที่มู่เฉียนซีปล้นมาได้ ของที่นางไม่ถูกใจนางมอบให้กับซัวเฉียงทั้งหมด ตอนนี้หากจะบอกว่าเขาเป็นเศรษฐีในเมืองแห่งนี้ก็ไม่ได้เป็นการกล่าวเกินจริงแต่อย่างใด เขาจึงมาดูแลเด็กน้อยผู้นี้ด้วยความตั้งใจและเต็มใจมาก
ลั่วเหมี่ยวกล่าวถามด้วยความสงสัยว่า “ท่านพี่ซัว! เหตุใดพี่สาวมู่ถึงได้หลับไปนานนักล่ะ ตอนนี้แล้วยังไม่ตื่นอีก หรือว่าพี่สาวมู่จะไม่สบายเจ้าคะ”
ซัวเฉียงเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง สถานการณ์เช่นนี้เกรงว่าจะเป็นเพราะ…
“ไม่ต้องกังวลไปหรอก คนอย่างท่านมู่จะป่วยได้อย่างไรกันล่ะ เจ้ารออยู่ที่นี่ เชื่อฟัง เข้าใจหรือไม่”
ลั่วเหมี่ยวเชื่อฟังมาก ไม่ร้องไห้ ไม่ก่อเรื่องวุ่นวายแต่อย่างใด พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
พอถึงยามรัตติกาล ร่างของผู้แข็งแกร่งหลายร่างก็มาที่นี่
“ท่านหัวหน้าเกาะ พวกเราสืบมาแล้ว คนที่พาคุณหนูน้อยมาผู้นั้นเข้าไปในเมืองแล้วขอรับ!”
“ยังไม่รีบไปตามหาอีก! ต้องตามหาเหมี่ยวเอ๋อร์ให้เจอให้ได้!”
“ขอรับ!”
เมื่อมู่เฉียนซีตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็รับรู้ไ