ได้ยินเช่นนี้แล้ว นายน้อยแห่งเผ่าก็ทำท่าทางเคารพเลื่อมใสมู่เฉียนซีมากขึ้น เขากล่าว “ปรมาจารย์มู่ เชิญทางนี้ ต้องรบกวนท่านปรมาจารย์มู่แล้ว”
ในตอนนี้เอง นักปรุงยาผู้ชั่วร้ายผู้นั้นก็กล่าวขึ้นว่า “ช้าก่อน! ให้ข้าก่อน!”
ใบหน้าอันเรียบนิ่งของเขาในก่อนหน้านี้ได้เปลี่ยนไปเล็กน้อยแล้ว มู่เฉียนซีกล่าว “หากท่านอยากรักษาก่อน เช่นนั้นก็เอายาลูกกลอนของท่านมาให้ข้าดูสิ เปรียบเทียบกันว่ายาลูกกลอนของใครดีกว่า เป็นเช่นไร?”
“เจ้า…” เขาถลึงตาจ้องมองมู่เฉียนซี หากเอายาลูกกลอนออกมา มีหวังเทียบไม่ได้แน่นอน
“ไม่ว่ายังไงข้าก็ต้องรักษาก่อน”
“อายุท่านก็มากปูนนี้แล้ว จะไม่ยอมถอยให้ผู้น้อยบ้างหรืออย่างไร นึกไม่ถึงเลยว่าจะมาแก่งแย่งกับผู้น้อยอย่างข้า ท่านไม่รู้สึกอับอายขายหน้าบ้างหรือไร”
สีหน้าของคนผู้นี้ดำคล้ำขึ้นด้วยความโกรธ นายน้อยแห่งเผ่าจึงต้องเข้ามาไกล่เกลี่ย “ปรมาจารย์เทียน สิ่งที่ปรมาจารย์มู่กล่าวมานั้นก็ถูก เขาเป็นผู้น้อย ท่านควรให้โอกาสผู้น้อยถึงจะถูก!”
ปรมาจารย์เทียนผู้นี้จ้องมองมู่เฉียนซีด้วยสีหน้าดุร้าย มู่เฉียนซีเดินไปข้างกายหัวหน้าเผ่าโบราณด้วยท่าทางสงบ จากนั้นก็ป้อนยาลูกกลอนเข้าปากเขา
หมอกควันดำบนร่างกายของหัวหน้าเผ่าค่อย ๆ จางลง ดวงจิตที่บาดเจ็บสาหัสก็ค่อย ๆ ฟื้นตัวดีขึ้น
“นี่ทำสำเร็จแล้วอย่างนั้นเหรอ?พวกเขาเบิกตากว้างจ้องมองด้วยความตกใจ”
“ยาลูกกลอนเม็ดนี้ช่างวิเศษยิ่งนัก!”
“ยอดเยี่ยม!”
ตอนนี้