งตำหนักเทพที่ตามหาก็น้อยลงเรื่อย ๆ
แต่ถึงกระนั้น อินรั่วเฉินก็พยายามขอกลับไปแต่งเป็นชายอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกมู่เฉียนซีปฏิเสธอย่างไร้ความปรานีเฉกเช่นเดิม
“ยอดฝีมือของตำหนักเทพมากมายถึงเพียงนั้น พวกเรามีกันแค่สองคน หากต้องต่อสู้ขึ้นมา พวกเราจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เจ้าอดทนอีกหน่อยเถอะ”
มู่เฉียนซีกับอินรั่วเฉินเดินทางมาถึงเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่ง หาโรงน้ำชาแห่งหนึ่งเพื่อนั่งพัก มู่เฉียนซีกล่าวถามขึ้นว่า “อินรั่วเฉิน ตกลงสถานที่กันดารเช่นนี้มีสิ่งใดกันแน่?”
อินรั่วเฉินกล่าว “แม้ว่าแคว้นเทพฟ้านอินจะเป็นแคว้นที่มีอำนาจเหนือใครในแดนตะวันตก แต่ก็มีตระกูลหลายตระกูลที่แอบซ่อนตัวห่างจากโลกภายนอก! และเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ก็มีตระกูลที่ซ่อนตัวห่างจากโลกภายนอกที่ว่านั่น แถมยังเป็นถึงกองกำลังระดับสามด้วย ตระกูลโบราณ”
“ตอนนี้พลังชั่วร้ายนั่นก็กำลังจับตามองพวกเขาอยู่เหมือนกัน”
“กองกำลังระดับสาม! พวกเราแค่สองคนเจ้าคิดว่าจะขวางได้อย่างนั้นเหรอ?”
“ตอนนี้ตำหนักเทพปล่อยข่าวออกไปว่าข้าเป็นผู้ทรยศหักหลัง ไม่มีใครเชื่อข้า ข้าจึงต้องมาด้วยตัวเองอย่างไรล่ะ และข้าก็ไม่มีทางให้เจ้าเป็นอะไรไปเด็ดขาด”
“ข้าว่าเจ้าเป็นห่วงตัวเองดีกว่านะ”
“แล้วเราจะเดินทางไปตระกูลโบราณนั่นเมื่อไหร่?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
สุดท้ายอินรั่วเฉินกลับส่ายหน้าและกล่าวว่า “ตระกูลโบราณซ่อนตัวห่างจากโลกภายนอกมานานมาก ต่อให้เป็นข้า ก็ไม่อาจตามหาต