ำแหน่งที่แน่ชัดเจอได้ เราทำได้เพียงหาเบาะแสอยู่ที่นี่ก่อน”
“เช่นนั้นโอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินค่อย ๆ หาเบาะแสไปก็แล้วกันนะ ส่วนข้าจะไปหาโรงเตี๊ยมนอนพักสักหน่อย”
ทันทีที่มู่เฉียนซีกับอินรั่วเฉินเดินเข้ามา คนผู้หนึ่งก็กล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจว่า “นะ นี่ ๆ ๆ…นี่แม่นางตระกูลไหนกันหน้าตางดงามได้ถึงเพียงนี้”
ชายผิวเหลืองร่างซูบผอมสวมชุดคลุมยาววัยสามสิบกว่าปีผู้หนึ่งมองอินรั่วเฉินด้วยสายตาที่เปล่งประกาย
โอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องที่ถูกผู้คนศรัทธาเลื่อมใส และนับถือมาโดยตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้ามองเขาด้วยสายตาเช่นนี้ อินรั่วเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้จะมีความกรุ่นโกรธอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ได้แสดงมันออกมา
ทว่า คนตรงหน้าผู้นี้กลับมีเพียงแค่ตัณหา ไร้สัมปชัญญะ เขาจึงไม่รับรู้ถึงความโกรธของอินรั่วเฉิน
“ข้าเป็นบุตรชายของท่านเจ้าเมือง คนงาม มา ๆ ๆ! มากับข้า มาเป็นสนมหมายเลขที่ยี่สิบสองของข้าเป็นเช่นไร?”
แม้ว่ามู่เฉียนซีจะผัดแป้งแต่งหน้าให้อินรั่วเฉินอย่างฉูดฉาด แต่เมื่ออยู่ในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ก็นับว่าเป็นหญิงงามผู้หนึ่งเลยทีเดียว ดังนั้นจึงเป็นที่ต้องตาต้องใจของคุณชายท่านนี้เสียแล้ว
ฮิ ๆ ๆ! มู่เฉียนซีอดที่จะขำไม่ได้
ไม่ถึงเลยว่าโอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินจะมีวันนี้ด้วย!
บุตรชายท่านเจ้าเมืองกล่าวขึ้นด้วยความโกรธว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้าขำอันใด คนงามผู้นี้เป็นของข้าแล้ว เจ้ารีบหลบทางให้ข้าเดี๋ยว