ลังแบกอยู่ คนผู้นี้ไม่ใช่โอรสศักดิ์สิทธิ์แน่นอน พวกเขาจึงยอมปล่อยให้ทั้งคู่เข้าเมืองไป
มู่เฉียนซีหาโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดพัก ยิ่งเงียบมากเท่าไรก็ยิ่งไม่เป็นที่น่าสงสัยมากเท่านั้น
นางตรวจดูอาการของอินรั่วเฉิน ร่างกายของเจ้าหมอนี่ดีมาก บวกกับยาที่นางใช้นั้นก็ไม่เลวเลย ร่างกายของอินรั่วเฉินจึงฟื้นฟูกลับมาได้ดีอย่างรวดเร็ว
มู่เฉียนซีปักเข็มยาอีกเข็มหนึ่งลงบนคอของเขา
เพื่อไม่ให้เจ้าหมอนี่หนี ประเดี๋ยวจะเป็นการคว้าน้ำเหลว เรื่องมันจะยุ่งวุ่นวายมากกว่านี้
นับตั้งแต่วันที่นางถูกอินรั่วเฉินหลอกวันนั้น นางก็รู้ว่าโอรสศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ไม่ใช่ศูนย์รวมใจแห่งธรรมะอีกแล้ว แต่เขาเป็นศูนย์รวมแห่งความใจดำต่างหาก
จากนั้นไม่นานนักอินรั่วเฉินก็ฟื้นขึ้นมา มู่เฉียนซีกระชากคอเสื้อเขาและกล่าวด้วยท่าทางเย้ยหยันว่า “โอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอิน เราเจอกันอีกแล้วนะ”
อินรั่วเฉินยิ้มพลางกล่าว “ต้องขอบใจแม่นางมู่มากที่ช่วย อาตมารู้สึกซึ้งใจยิ่งนัก!”
“อย่าได้กล่าววาจาถ่อมตนเช่นนี้เลยนะ หากเจ้ารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจที่ข้าช่วยเจ้าเอาไว้แล้วละก็ รีบเอาฝักกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาให้ข้าเดี๋ยวนี้”
“ต้องขอโทษด้วยที่ตอนนี้อาตมายังมอบมันให้กับเจ้าไม่ได้” อินรั่วเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
มู่เฉียนซีเอาเข็มยาขนาดเล็กและบางเข็มหนึ่งปักที่ลำคอของเขา ก่อนจะกล่าวว่า “พระใจดำอำมหิต เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ข้าสามารถเอาชีวิตเจ้าได้”