าก็คือตัวของเจ้าเอง แต่ในเมื่อเจ้าปล่อยวางไม่ได้ อาตมาก็ต้องขอโทษด้วย”
กลิ่นอายของอินรั่วเฉินพลันแข็งแกร่งขึ้นมาก และเขาก็ลงมือรุนแรงขึ้นแล้ว!
เฟิงอวิ๋นซิวที่พ่ายแพ้ไปแล้ว และบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้วนั้น เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอินรั่วเฉินเลย
เมื่อลุกขึ้นมาอีกครั้งก็ถูกโจมตีจนล้มไป นี่ถึงขีดจำกัดของเฟิงอวิ๋นซิวแล้วในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นมาไม่ไหวแล้ว
ตูม!
มู่เฉียนซีคิดไม่ถึงเลย คนไข้ของนางที่เพิ่งรักษาอาการมาเมื่อครู่จะล้มลงไปอีกแล้ว
มู่เฉียนซีรีบไปตรวจดูอาการก็พบว่าบาดแผลภายนอกของเฟิงอวิ๋นซิวนั้นสาหัสมาก แต่อาการบาดเจ็บภายในไม่ได้สาหัสเท่าไรนัก
นางอยากจะรักษาให้เขา ทว่า จู่ ๆ ลำแสงสีทองก็วาบมา!
อินรั่วเฉินลงมือกับนางแล้ว!
“อินรั่วเฉิน!”
อินรั่วเฉินกล่าว “อาตมาก็เสียใจไม่แพ้กันที่ทำให้นายน้อยอวิ๋นซิวบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ และอาตมาก็รับปากคำขอสุดท้ายกับเขาแล้ว!”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “คำขอสุดท้ายก็คือให้เจ้าขวางข้า ไม่ให้รักษาเขาอย่างนั้นเหรอ!”
“อืม!” เขาพยักหน้าพลางตอบ
สีหน้าของมู่เฉียนซีดำคล้ำขึ้นด้วยความโกรธ “เฟิงอวิ๋นซิว นี่เจ้าสมองกลวงไปแล้วรึยังไง!”
ผู้สูงศักดิ์ สง่างาม และสมบูรณ์แบบอย่างเฟิงอวิ๋นซิว ตอนนี้กลับถูกมู่เฉียนซีด่าว่าสมองกลวงไปแล้ว!
อินรั่วเฉินมองมู่เฉียนซีและกล่าวว่า “แม่นางมู่ เจ้าดูออกว่านั่นคือฝักกระบี่ และข้าเองก็ดูออกเช่นกัน ตอนนี้ เจ้าจะยอมเสียโอกาสไปหรือไ