่านั้น แต่เขายังมีชื่อเสียงโด่งดังในดินแดนซวนเทียนอีกด้วย!
จิ่วเยี่ยไม่ได้พูดจาไร้สาระกับผู้อาวุโสหูมากนัก เขาโอบเอวมู่เฉียนซีและพานางไปทันที
เขาไม่ชอบสถานที่แห่งนี้ มิสู้กลับไปยังอาณาเขตของซีเสียยังดีกว่า
จิ่วเยี่ยพามู่เฉียนซีไปแล้ว ดวงตาของกู้ไป๋อีเย็นยะเยือกขึ้น
และผู้อาวุโสหูที่ราวกับตกอยู่ในนรกเมื่อครู่ ในตอนนี้สามารถพูดได้เลยว่าเขาได้ตกลงมาอยู่ในทุ่งหิมะที่มาพร้อมกับพายุหิมะที่พัดกระโชกอย่างรุนแรงเข้าแล้ว
ถึงแม้ว่าหัวหน้าตำหนักเป่ยหานผู้นี้จะเป็นแค่หัวหน้าตำหนักของกองกำลังระดับสาม แต่เผชิญหน้ากับเขาเช่นนี้ ผู้อาวุโสหูกลับต้องระมัดระวังตัวโดยไม่รู้ตัว
“ท่านหัวหน้าตำหนักเป่ยหาน ที่นี่ข้าจะจัดการเอง ไม่รบกวนท่านแล้ว”
เขาเป็นถึงผู้อาวุโสของสำนักโอสถฯ อยู่ในดินแดนซวนเทียน เขาไม่เคยต้องมารู้สึกกล้ำกลืนฝืนใจเช่นนี้มาก่อน แต่ลงมาที่ดินแดนต่ำต้อยอย่างดินแดนสี่ทิศแห่งนี้ กลับต้องมาทำตัวเป็นผู้น้อย อยากตายจริง ๆ!
เพราะการแทรกแซงของจิ่วเยี่ย สำนักโอสถฯ ได้สูญเสียศิษย์ไปหลายคนแล้วไม่ว่า นี่ยังต้องมาสูญเสียผู้อาวุโสชั้นยอดไปอีกด้วย
พวกเขาโกรธแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร พวกเขาไม่อยากรนหาที่ตาย ทำได้แค่รีบจัดการการประลองครั้งนี้ให้เสร็จสิ้น และรีบออกไปจากที่นี่
“นายท่าน กลับมาแล้ว ข้าคิดว่านายท่านจะอยู่ให้หญิงงามปรนนิบัติอยู่ที่ตำหนักเป่ยหานเสียอีก นึกไม่ถึงเลยว่าจะกลับมา หรือว่านายท่านอยากจะให้ข้า…