”
เมื่อรู้ว่ามู่เฉียนซีกลับมา เซียวเหยาก็แต่งองค์ทรงเครื่องอย่างสวยงามเปิดประตูเข้ามา
แต่ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาก็เห็นร่างในชุดดำนั้นเข้า เขาตกใจจนวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง
เขาเผยรอยยิ้มเจื่อน ๆ ออกมา ก่อนจะกล่าวว่า “ขะ ข้า เอ่อ เมื่อครู่ข้าละเมอน่ะ งั้นข้าขอตัวกลับไปนอนก่อนนะ ข้า…”
ที่ผ่านมาเซียวเหยาเป็นคนที่หน้าด้านหน้าทนมาโดยตลอด แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าจิ่วเยี่ย เขาก็ไม่มีความกล้าหาญเช่นนั้นแล้ว!
เขายังไม่ทันหนีรอดออกไป จู่ ๆ พลังหนึ่งก็พุ่งเข้ามากระแทกร่างจนร่างของเขากระเด็นลอยออกไปไกล
อ๊า! เสียงกรีดร้องดังขึ้น
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “คงจะไม่เป็นอะไรมากกระมัง! หากเป็นอะไรไป เจ้าจะหาหัวหน้านักพิษมาจากไหนให้ข้า?”
จิ่วเยี่ยตอบ “แค่นี้ไม่ตายหรอก!”
แววตาของจิ่วเยี่ยยิ่งลึกล้ำขึ้น มู่เฉียนซียื่นมือไปกอดเอวเขาพลางกล่าว “ข้าเก็บสมุนไพรในดินแดนโอสถจนเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว กลับมาถึงรังตัวเองข้าก็อยากจะนอนพักผ่อนเอาแรงสักหน่อย องค์ชายจิ่วเยี่ย ตามสบายนะ!”
ห้องของมู่เฉียนซี ไม่อาจขวางไหล่ของจิ่วเยี่ยได้
เขาคว้าร่างที่เหนื่อยล้าอ่อนแรงราวกับไม่มีกระดูกของมู่เฉียนซีมากอดไว้ในอ้อมแขน มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าบอกว่าตามสบาย ไม่ใช่ให้เจ้ามาขึ้นเตียงสักหน่อย”
“สิ่งที่ข้าอยากทำ มีเพียงแค่เรื่องเดียว!” จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีแน่น
เขาจูบลงบนดวงตาของมู่เฉียนซี “ซีพักผ่อนเถอะ ข้าจะไม่เสียงดังรบกวนเจ้า”
“ข้าไม่เชื่