๋อร์เก่งมาก!”
“เก่งเหรอ?” มู่เฉียนซีมองหน้าเขาพลางกล่าวถามด้วยท่าทีที่ไม่เข้าใจ
“นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นว่ามีคนสามารถทำให้เป่ยกงจั๋วไม่พอใจได้เช่นนี้”
“สมน้ำหน้า หัวสมองของเจ้านั่นมีแต่กลอุบายคิดแต่ความชั่ว เสี่ยวไป๋นี่เจ้าถูกเขารังแกบ่อยใช่หรือไม่?”
สีหน้าของกู้ไป๋อีเคร่งขรึมลงเล็กน้อย “ข้าขอพูดตรง ๆ เลยก็แล้วกัน…”
กู้ไป๋อีกล่าว “ซีเอ๋อร์ตามข้ามา!”
วังใต้ดินแห่งนี้มีที่พักผ่อนไม่น้อยเลย กู้ไป๋อีพามู่เฉียนซีไปห้องพักผ่อนธรรมดาห้องหนึ่ง จากนั้นก็นั่งลง
เขามองไปที่มู่เฉียนซีและกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ ข้ายังมีอีกชื่อหนึ่ง นั่นก็คือเป่ยกงหาน! เป็นพี่ชายของเป่ยกงจั๋ว เป็นพี่ชายฝาแฝดของเขา”
“ตระกูลเป่ยกงกำเนิดฝาแฝด แถมยังเป็นบุตรชายทั้งสองคน เป่ยกงจั๋วมีพรสวรรค์อันวิปริตมาตั้งแต่เกิด ส่วนข้าไม่สามารถฝึกฝนได้ตั้งแต่แรก สุดท้ายข้าจึงถูกส่งตัวไปอยู่ที่เมืองเฮยตู”
“เมืองเฮยตูอยู่ในที่ที่ตัดขาดจากโลกภายนอก ตอนที่ข้าได้ออกมาจากเมืองเฮยตู ข้าได้พบกับท่านอาจารย์ ตอนนั้นท่านอาจารย์เป็นหัวหน้าของตำหนักเป่ยหาน ท่านอาจารย์ตั้งชื่อใหม่ให้กับข้า นั่นก็คือชื่อกู้ไป๋อี”
“ตั้งแต่สร้างตำหนักเป่ยหานมา ตำหนักเป่ยหานก็อยู่ในการควบคุมของตระกูลเป่ยกงมาโดยตลอด ก่อนที่ท่านอาจารย์จะจากไป ท่านให้ข้ารับตำแหน่งหัวหน้าตำหนัก แต่ข้าปฏิเสธ แต่ท่านก็โน้มน้าวจนข้าต้องรับตำแหน่งหัวหน้าตำหนักจนได้ หลังจากที่เป่ยกงจั๋วรู้เข